กิกะแบนด์ซิตี้ สร้างสังคมดิจิทัล

เมื่อเร็วๆ นี้ สหภาพโทรคมนาคมนานาชาติ (ITU) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ World Smart Sustainable Cities Organization (WeGO) ได้จัดงานเสวนาระดับเอเชีย-แปซิฟิคครั้งที่ 3 ขึ้นที่กรุงเทพฯ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องสมาร์ทซิตี้และรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

Smart City หรือเมืองอัจฉริยะเป็นแนวโน้มการพัฒนาเมืองในอนาคตที่ได้กลายมาเป็นกลยุทธ์หลักของเมืองชั้นนำหลายแห่ง และเป็นวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองที่ผนวกเอาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตลอดจนอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการเมืองในด้านต่างๆ อาทิ ระบบข้อมูลของหน่วยงานท้องถิ่น โรงเรียน ห้องสมุด ระบบขนส่ง โรงพยาบาล โรงไฟฟ้า การจ่ายน้ำ การบริหารจัดการน้ำเสีย การบังคับใช้กฏหมาย และบริการชุมชนอื่นๆ โดยเทคโนโลยีไอซีทีจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับชุมชนและระบบสาธารณูปโภคของเมือง หรือติดตามสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเมือง รวมไปถึงว่าจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร และแน่นอนว่า ระดับความเป็นเมืองอัจฉริยะจะกลายเป็นตัวชี้วัดขีดความสามารถในการแข่งขันหลักของเมืองต่างๆ ในอนาคต

อัลตร้าบรอดแบนด์ โครงสร้างพื้นฐานของเมืองอัจฉริยะ
ในงานได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้นำด้านอุตสาหกรรมในเรื่องต่างๆ อาทิ บริการของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และบริการดิจิทัลสาธารณะ การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล เมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน สังคมดิจิทัล นวัตกรรมดิจิทัล และสิ่งที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันในการก้าวสู่เมืองอัจฉริยะคือ เครือข่ายอัลตร้าบรอดแบนด์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการสร้างเมืองอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีไอซีที ในขณะที่หลายประเทศชั้นนำ อาทิ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และจีน ได้ยกอัลตร้าบรอดแบนด์ให้เป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติ ดังนั้น เมืองที่ตั้งเป้าที่จะก้าวสู่ยุคดิจิทัล การวางยุทธศาสตร์อัลตร้าบรอดแบนด์ระดับเมืองควรจะต้องเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งในระหว่างการแชร์ข้อมูล หัวเว่ยได้ยกตัวอย่างกลยุทธ์ “กิกะแบนด์ ซิตี้” ในการสร้างเมืองอัจฉริยะ

กิกะแบนด์ ซิตี้ ก้าวไกลสู่ยุคดิจิทัล
ในเซิ่นเจิ้น สิงคโปร์ ฮ่องกง และเมืองชั้นนำอื่นๆ อีกหลายแห่ง กิกะแบนด์ ซิตี้ ได้ช่วยปรับโฉมโครงสร้างทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มศักยภาพด้านดิจิทัลของเมือง ด้วยการขับเคลื่อนการลงทุน สร้างแรงบันดาลใจให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพ และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารเพื่ออนาคต และปูทางสู่นวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ อาทิ ระบบแสงไฟถนนอัจฉริยะ กล้องซีซีทีวีความละเอียดสูง ระบบการบริหารการจราจร และโอกาสการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ในโรงเรียนต่างๆ เมืองซูโจวซึ่งมีระบบไฟเบอร์บรอดแบนด์เข้าถึงทุกบ้าน มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP เติบโตขึ้นร้อยละ 60 ในระหว่างปี 2554-2559 ประชากรมีการใช้จ่ายเงินผ่านระบบอี-เพย์เมนท์ถึงร้อยละ 30 ของการใช้จ่ายทั้งหมด และสามารถลดเวลาที่ต้องใช้ติดต่อกับภาครัฐลงได้ถึงร้อยละ 90

การสร้างกิกะแบนด์ ซิตี้ ผู้ว่าการประจำเมืองจะต้องตั้งเป้าหมายการพัฒนาบรอดแบนด์ และให้ความสำคัญในระดับสูงสุด สองคือต้องมีนโยบายรองรับ เพื่อรับมือกับความท้าทายและอุปสรรคในระหว่างการติดตั้งเครือข่ายไฟเบอร์ ตัวอย่างเช่น เจ้าหน้าที่ของภาครัฐสามารถที่จะปรับปรุงการผสมผสานระบบสาธารณูปโภคให้ดีขึ้นและหาแนวทางที่จะทำให้กระบวนการได้รับสิทธิ์ต่างๆ นั้นง่ายขึ้น โดยต้องให้โครงการก่อสร้างอาคารใหม่ๆ หรือปรับปรุงอาคารให้มีการเชื่อมต่อระบบไฟเบอร์ กำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนในการชดเชยสำหรับเรื่องต่างๆ และริเริ่มให้มีกองทุนบริการ รวมถึงต้องสามารถออกกฏหมายกรอบโครงงานด้านไอซีทีที่ครบวงจร สาม จากกรณีตัวอย่างความสำเร็จของเมืองชั้นนำต่างๆ ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและโอเปอเรเตอร์ด้านโทรคมนาคมถือเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ เพราะโอเปอเรเตอร์จะมีบทบาทมากที่สุดในการส่งมอบบรอดแบนด์สำหรับกิกะแบนด์ซิตี้ ในเซิ่นเจิ้น ไชน่าเทเลคอมเป็นพันธมิตรและผู้ก่อสร้างโครงการกิกะแบนด์ซิตี้ ในเกาหลี KT, SKT และ LGU+ ล้วนให้การสนับสนุนโครงการกิกะบิตบรอดแบนด์อย่างเต็มกำลัง

มร. สู่ เผิง ผู้อำนวยการธุรกิจบรอดแบนด์ ของหัวเว่ยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“การแบ่งปันคือ หนึ่งในวิธีที่สำคัญที่สุดที่จะสร้างบรอดแบนด์ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ความเป็นผู้นำของรัฐบาลและการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือก็มีความจำเป็น เพื่อเร่งการส่งมอบบรอดแบนด์ให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและสังคมแห่งการเชื่อมโยงสื่อสารที่ดีกว่า” มร. สู่ เผิง ผู้อำนวยการธุรกิจบรอดแบนด์ของหัวเว่ยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

– จบ-
เกี่ยวกับหัวเว่ย
หัวเว่ย ผู้นำทางด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่มุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านการสื่อสารที่ดีทั่วโลก ด้วยการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบ สร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมแห่งข้อมูล และทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ ในอุตสาหกรรม หัวเว่ยนำเสนอโซลูชั่นด้านไอซีทีแบบครบวงจร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่ลูกค้าในกลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคมและเอ็นเตอร์ไพรส์ อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ และระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ด้วยกลยุทธ์การสร้างสรรค์นวัตกรรมตามความต้องการของลูกค้าและสัมพันธภาพที่ดีกับพันธมิตร ปัจจุบัน พนักงานกว่า 180,000 คนทั่วโลกของหัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ กลุ่มลูกค้าองค์กรและผู้บริโภคทั่วไป ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นไอซีทีของหัวเว่ยได้รับการติดตั้งในกว่า 170 ประเทศในทุกภูมิภาคของโลก และให้บริการประชากรกว่าหนึ่งในสามของโลก หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่ www.huawei.com

ติดตามเราได้ที่
http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.facebook.com/Huawei
http://www.google.com/+Huawei
http://www.youtube.com/Huawei

เผยแพร่ข่าวโดย:

พีอาร์ บุฟเฟ่ต์ www.prbuffet.com ข่าวประชาสัมพันธ์ online







Leave a Reply

Your email address will not be published.