ข้อแนะนำกล้องติดรถยนต์…เสริมความปลอดภัย สร้างวินัย ลดข้อพิพาท

จากข่าวข้อพิพาทบนท้องถนน “ลุงวิศวะยิงโจ๋ ม.4” เป็นข่าวคราวที่ทำให้กล้องวงจรปิดติดรถยนต์เป็นที่สนใจของคนไทย ขณะที่สถิติปี 2558 อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนต่อประชากรหนึ่งแสนคน ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับที่ 2 ของโลก โดยมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 36.2 รองจากประเทศลิเบียมีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุดในโลกอยู่ที่ 73.4

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาผู้ใช้รถในประเทศไทยนิยมติดกล้องวงจรปิดกันแพร่หลาย มีราคาประมาณ 1,500 – 2,000 บาท และเมื่อเร็ว ๆ นี้มูลนิธิเมาไม่ขับ ได้มีการเสนอแนะรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการติดกล้องวงจรสำหรับรถยนต์ทุกคันเพื่อลดอุบัติเหตุทางจราจรและความขัดแย้งบนท้องถนน

ผศ.อัครเดช วัชระภูพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า การติดกล้องวงจรปิดติดรถยนต์ เปรียบเทียบเหมือนการซื้อประกันภัยเพราะไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุหรือจะใช้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้หรอก แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น หลักฐานจากกล้องวงจรปิดจะช่วยลดข้อพิพาท รวมถึงเป็นหลักฐานในชั้นศาลได้และสามารถเรียกร้องบริษัทประกันภัยในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย สังคมไทยเรากำลังจะก้าวไปสู่เป้าหมายไทยแลนด์ยุค 4.0 นั้นต้องควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความปลอดภัยด้วย กล้องวงจรปิดติดรถยนต์เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เราสามารถนำมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ด้านความปลอดภัยบนท้องถนน เพราะอย่างที่ทราบกันกว่า 90% ของอุบัติเหตุบนท้องถนนมาจากพฤติกรรมของ “คน” อาทิเช่น ขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด, ขับปาดหน้า อันเป็นสาเหตุของการการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินตามมามากมาย

ดังนั้นหากรู้จักใช้เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดติดรถยนต์ซึ่งเดี๋ยวนี้มีราคาไม่แพงนัก จะเกิดประโยชน์หลายอย่าง เช่น เสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ช่วยลดข้อพิพาทเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และเป็นการป้องกันตัวเอง จากที่ผ่านมาเมื่อเกิดปัญหาในการใช้รถใช้ถนน ก็มักจะพึ่งพาภาพจากกล้องวงจรปิดของจราจรหรือกล้องส่วนกลางเป็นหลัก แต่เรามักจะไม่ได้ภาพที่มีรายละเอียดชัดเจน คุณสมบัติของกล้องวงจรปิดติดรถยนต์และกล้องติดรถจักรยานยนต์มีหลักการทำงานเหมือนกัน คือ บันทึกเหตุการณ์ระหว่างที่กำลังขับขี่ คุณภาพของกล้องจะต้องสามารถบันทึกพฤติกรรมการขับขี่ รูปพรรณสัณฐาน ป้ายทะเบียนรถ เป็นต้น นอกจากนี้ กล้องติดรถยนต์บางรุ่นสามารถใช้ข้อมูล GPS ซึ่งจะแสดงตำแหน่งรถยนต์และแสดงผลการบันทึกเส้นทางที่รถวิ่งอยู่ได้ ทำให้สามารถตรวจสอบตำแหน่งเส้นทางในการเดินทางได้อีกด้วย

ในยุคโซเชียลมีเดีย ยิ่งหากมีการติดกล้องวงจรปิดในรถยนต์กันเยอะ ๆ ก็อาจจะส่งผลให้ไม่กล้าทำผิดกฎจราจรหรือทำสิ่งใดที่เกิดพฤติกรรมเสี่ยง หรือไม่เหมาะสม เพราะรถคันหน้าและรถคันหลังจะบันทึกไว้หมดและอาจถูกนำไปแพร่ในเครือข่ายโซเลียลมีเดียให้เสื่อมเสียได้
ตำแหน่งที่เหมาะกับการติดตั้งกล้องวงจรปิด คือกึ่งกลางกระจกหน้ารถและตำแหน่งกึ่งกลางของกระจกท้ายรถ ส่วนนการเลือกกล้องวงจรปิดติดรถยนต์ที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน ก่อนอื่นควรวิเคราะห์การใช้ชีวิตของเรา ส่วนใหญ่ขับรถกลางวันหรือกลางคืน หรือทั้งสองอย่าง, กล้องควรจะสามารถบันทึกภาพได้ชัดเจนแม้เวลากลางคืน, สามารถตรวจสอบและใช้งานได้แม้ในที่มีแสงน้อย, ภาพมีคุณภาพระดับ Full HD 1080p, สามารถบันทึกมุมภาพได้กว้างอย่างน้อยภาพจะต้องจรดซ้ายถึงขวาขอบกระจกหน้ารถยนต์, หมั่นตรวจสอบนาฬิกาของกล้องให้เดินตรงอยู่เสมอ, กล้องวงจรปิดติดรถยนต์ควรจะมีความสามารถในการเก็บเสียง ผู้ใช้ควรเปิดไมค์บันทึกเสียงจากกล้อง เพราะเสียงจะช่วยขยายความเมื่อเกิดเหตุพิพาทขึ้นได้, มีระบบ G-Sensor เมื่อรถเบรคกระทันหันหรือเมื่อเกิดอุบัติเหตุมีแรงสั่นสะเทือน ระบบจะทำการล็อคไฟล์วิดิโอที่บันทึกอยู่ในขณะนั้นไว้ เพื่อไม่ให้กล้องถูกบันทึกวนซ้ำเมื่อหน่วยความจำเต็ม, เช็ดทำความสะอาดเลนส์อยู่เสมอ

โดยเฉลี่ยอายุการใช้งานของกล้องวงจรปิดรถยนต์ อยู่ราว 1 – 2 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และควรเลี่ยงการจอดรถกลางแดดเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้คุณภาพของเมมโมรี่การ์ด และกล้องวงจรปิดติดรถยนต์เสื่อมสภาพลง

สำหรับเมมโมรีการ์ด ผู้ใช้ควรเลือกความจุสูงที่สุดเท่าที่กล้องรับได้, สามารถทนทานต่ออากาศร้อน (กรณีที่ต้องจอดรถกลางแดด), หมั่นตรวจสอบคลิปที่บันทึก การบันทึกภาพจะเป็นลักษณะการบันทึกไฟล์ซ้อนกันไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ไฟล์ภาพใหญ่เกินไป ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องลบหากเมื่อเกิดปัญหาก็สามารถย้อนดูข้อมูลได้

การใช้กล้องวงจรปิดติดรถยนต์มีข้อควรระวัง คือ พึงระลึกว่าการติดกล้องวงจรปิดสำหรับรถยนต์เป็นการเสริมความปลอดภัย เสริมสร้างวินัย ลดข้อพิพาท จึงต้องใช้กล้องโดยคำนึงถึงการไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

ในปัจจุบันมีผู้ติดกล้องวงจรในรถยนต์คิดเป็น 10% ของผู้ใช้งานทั้งหมด หากผู้ใช้เห็นความจำเป็นของการใช้งาน และมีการติดกล้องกันมากขึ้น ก็จะสามารถช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ ลดการขัดแย้งบนท้องถนนและสร้างบรรยากาศการใช้รถใช้ถนนในบ้านเราให้ดียิ่งขึ้นได้

——–

เผยแพร่ข่าวโดย:

พีอาร์ บุฟเฟ่ต์ www.prbuffet.com ข่าวประชาสัมพันธ์ online







Leave a Reply

Your email address will not be published.