วธ.ชวนคนไทยร่วมสร้างแรงบันดาลใจด้านศิลปะ

IMG_2310

วธ.ชวนคนไทยร่วมสร้างแรงบันดาลใจด้านศิลปะ ผ่านนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ชุด “การเดินทางของความสุข”

“ศิลปะ” เป็นอีกหนึ่งแขนงวิชาที่ได้รับความนิยม หลายคนหลงใหล ชื่นชอบ แต่ยังคงขาดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างมีคุณค่า ดังนั้นสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม จึงไม่รอช้า เนรมิตพื้นที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ถ่ายทอด “การเดินทางของความสุข” ใน 7 ด้านของอัครศิลปิน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสู่งานศิลป์ และแนวทางในการเดินตามรอยพ่อหลวงไทย ได้แก่ ปลายปากกาของพ่อ, พระผู้สร้างศูนย์รวมใจ, ความสุขจากปลายพู่กัน, กล้องของพระราชา, พระผู้ออกแบบความสุข, เรือใบ ใจกล้า – ธ และเพลงแผ่นดิน พร้อมแนวคิดดีๆ จัดแสดงทุกวัน ถึง 31 มกราคม 2559
นายชาย นครชัย ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริม สนับสนุน และเผยแพร่กิจกรรม สร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเผยแพร่ผลงานด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์โดยสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นที่ประจักษ์ จึงได้กำหนดจัดโครงการนิทรรศการเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ในโอกาสต่าง ๆ ตลอดปี 2559 เพื่อให้เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ให้ได้รู้จัก เข้าถึง และเกิดแรงบันดาลใจให้หันมาสนใจศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และช่วยกันต่อยอดการสร้างสรรค์ ธำรงรักษามรดกของชาติให้ยั่งยืน
“ราชสกุลมหิดล ราชสกุลแห่งแรงบันดาลใจด้วยรักศิลปะและประชาชน แม้จะทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงงานมากมีพระราชกรณียกิจอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติแทบทุกด้าน รวมถึงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินับไม่ถ้วน แต่ด้วยการจัดสรรเวลาของพระองค์ ทำให้ทรงใช้เวลากับงานศิลปะที่ชื่นชอบได้ สิ่งเหล่านี้ได้รับการสืบทอดและเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่พระราชโอรสและพระราชธิดา แรงบันดาลใจนี้ยังคงอยู่ในราชสกุลทุกพระองค์ ดังปรากฏเป็นพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถทางศิลปะในด้านต่าง ๆ”
สำหรับ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ชุด “การเดินทางของความสุข”ได้ถ่ายทอดและเรียงร้อยเรื่องราวที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อทรงงานที่เป็นประโยชน์แก่พสกนิกรมาอย่างยาวนาน ทรงมีพระราชกรณียกิจ และโครงการพระราชดำรินานับประการ ทรงเป็นตัวอย่างของพระราชาผู้พอเพียง ทรงใช้ทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัวอย่างรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งทรัพยากรที่มีค่ายิ่งนั้นคือ “เวลา” ตั้งแต่ทรงพระเยาว์พระองค์ทรงจัดสรรเวลาได้อย่างเป็นระบบ เพื่อการทรงงาน การเรียนและการเล่น พระองค์ทรงสร้างความสุขโดยการทรงงานศิลปะที่พระองค์รักและมีความสนพระราชหฤทัย ประกอบกับพระราชอัธยาศัยที่ทรงเป็นนักวิเคราะห์ นักทดลอง ทรงเพียรพยายามเรียนรู้ด้วยพระองค์เอง ทรงสร้างสรรค์งานศิลปะหลายด้านเป็นที่ประจักษ์ในพระปรีชาสามารถและทรงได้รับการน้อมเกล้าถวายพระราชสมัญญานามว่า “อัครศิลปิน”
นิทรรศการได้ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของความสุขใน 7 ด้านได้แก่ ปลายปากกาของพ่อ – พระปรีชาสามารถทางด้านภาษา, พระผู้สร้างศูนย์รวมใจ-พระปรีชาสามารถด้านสถาปัตยกรรม, ความสุขจากปลายพู่กัน – พระปรีชาสามารถด้านทัศนศิลป์, กล้องของพระราชา– พระปรีชาสามารถด้านการถ่ายภาพ, พระผู้ออกแบบความสุข– พระปรีชาสามารถด้านการออกแบบ, เรือใบ ใจกล้า – ธ ทรงเป็นแรงบันดาลใจ และเพลงแผ่นดิน–พระปรีชาสามารถด้านดนตรี
ภายในนิทรรศการมีประชาชนหมุนเวียนเข้ามาชมอย่างไม่ขาดสาย หนึ่งในนั้นคือ ท็อป – พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร นักแสดงหนุ่มหัวใจรักษ์โลก และเจ้าของกิจการร้าน ECO SHOP ร้านขายของดีไซน์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ร่วมพูดคุย และเล่าให้ฟังว่า
“นิทรรศการได้ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของความสุขใน 7 ด้านล้วนสร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชนที่มีโอกาสมาเยี่ยมชมนิทรรศการ หรือรับรู้ผ่านสื่อต่างๆ ตัวผมเองก็เป็นหนึ่งคนที่ได้รับแรงบันดาลใจและน้อมนำเอาพระราชดำริของพระองค์ท่านมายึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ไม่เพียงแต่พระราชดำริเท่านั้น พระองค์ท่านยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ให้ได้เห็นอยู่ตลอดเวลา ผมเองจบการออกแบบมา ใช้เวลาศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยถึง 4 ปี แต่การออกแบบในแต่ละครั้งนั้นเป็นเรื่องยาก มีเหตุผล ข้ออ้างต่างๆ มากมาย บ้างเวลา งบประมาณ อารมณ์ ความรู้สึก สภาพแวดล้อม ที่ทำให้การออกแบบต้องหยุดชะงักลง นั่นเป็นเพราะความตั้งใจที่ยังคงไม่มากพอ แต่ในขณะเดียวกันพระองค์ท่านมีความประสงค์ที่จะส่ง ส.ค.ส.พระราชทานพรปีใหม่ ให้แก่พสกนิกรชาวไทยทุกคน พระองค์ทรงสละเวลาจากภารกิจต่างๆ เพื่อออกแบบ ส.ค.ส. ด้วยพระองค์เอง เป็น ส.ค.ส. ที่มีคุณค่า ไม่ต้องใช้วัสดุที่เลิศหรู หรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่เป็น ส.ค.ส. ที่พสกนิกรชาวไทยทุกคนรอคอย รอชม ซึ่งสามารถสร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้กับผู้รับได้ถ้วนหน้า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นแรงบันดาลใจให้นักออกแบบทุกๆ คน ขอเพียงตั้งใจจริงในการออกแบบ แล้วขจัดทุกๆ ข้ออ้าง ทุกๆ ปัญหาออกไปให้หมด ก็จะสามารถสร้างผลงานการออกแบบที่มีคุณค่า ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการส่งต่อรอยยิ้มและความสุขให้กับคนรอบข้างได้อีกมากมายครับ” ท็อป กล่าว
และทางด้าน อ.อ้วน – คมกฤช ตระกูลทิวากร นักออกแบบผลิตภัณฑ์และของเล่นเด็กที่ทำจากไม้ ที่มีแนวคิดในการเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม “หนึ่งชิ้นที่ซื้อ เพื่ออีกหนึ่งชิ้นที่ส่งต่อให้เด็กๆ” ผู้น้อมนำแรงบันดาลใจจากพ่อหลวงไทยสู่งานศิลป์ ได้ร่วมชมนิทรรศการ และเปิดเผยให้ฟังว่า
“การออกแบบ ก็คือการทำงาน การลงมือทำ ภาพที่ผมเห็นและจำได้ติดตาอยู่ทุกวันนี้ คือ ภาพที่พระองค์ท่านทรงทำเรือใบด้วยพระองค์เอง ซึ่งเป็นงานไม้ ที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ การออกแบบ เวลา และลงมือทำ แต่พระองค์ก็ทรงไม่ย่อท้อ ทรงมุ่งมั่น ตั้งใจ ไม่พึ่งพาผู้อื่น แต่สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากสิ่งอื่นใด พระองค์ทรงเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ ทรงมอบสิ่งต่างๆ ให้กับประชาชนตลอดเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่นทุรกันดาร ห่างไกลขนาดไหน พระองค์ก็ทรงพระราชดำเนินไปถึง เป็นสิ่งที่สร้างความเชื่ออย่างหนึ่งให้ผมว่า การที่คนเรามีทักษะในการลงไม้ลงมือทำสิ่งใดด้วยตนเอง เป็นจุดเริ่มต้นของการรู้จักพึ่งพาตัวเอง และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ในอนาคต และนี่ก็เป็นแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากงานไม้ สร้างของเล่นง่ายๆ ด้วยตนเอง เพียงเพื่อธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ แต่เมื่อได้ลงมือทำจริงๆ ความคิดของผมก็เปลี่ยน ผมอยากเป็นผู้ให้ โดยเริ่มต้นจากการให้ของเล่นไม้จากฝีมือผมเองนี่แหละ ก่อนจะขยายเป็นกิจการเพื่อสังคม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพยายามทำอยู่ ถึงแม้จะเป็นเพียงของเล่นไม้จากธรรมชาติชิ้นเล็กๆ เมื่อมันเดินทางไปถึงมือเด็กๆ ในพื้นที่ต่างๆ การให้เหล่านี้มันได้เกิดเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มต้นหยิบยื่นให้ผู้อื่น เราก็ได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทนกลับมามากมามายอย่างไม่คาดฝัน เราทุกคนจึงไม่ควรรอช้า ลองหันมาหยิบยื่นสิ่งต่างๆ ให้กับคนรอบข้าง ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นของเล่น ทรัพย์สิน เงินทอง ขอเพียงรอยยิ้ม น้ำใจเล็กๆน้อยๆ ก็สามารถสร้างความสงบสุขให้สังคมได้เยอะเลยครับ”
พร้อมกันนี้ อ.อ้วน ยังกล่าวเชิญชวนในตอนท้ายว่า
“ผมอยากให้ทุกคนได้มาร่วมชื่นชมในพระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถด้านศิลปะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราซึ่งผมเชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีให้เราได้ก้าวเดินตามรอยและเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญทั้งในด้านการใช้ชีวิต การทำงาน และทำในสิ่งที่เรารักไม่ว่าจะเป็นในด้านใดก็ตาม ได้อย่างมีความสุข และยั่งยืนอย่างแท้จริง”
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ชุด “การเดินทางของความสุข” ณ บริเวณชั้น 1 หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ได้ทุกวันโดยนิทรรศการจะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2559ตั้งแต่เวลา 10.00 -19.00 น. เว้นวันจันทร์ วันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ถ.ราชดำเนิน…เข้าชมฟรี สำหรับโรงเรียน หรือหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการเข้าเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะกรุณาสอบถามรายละเอียดและติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 02 224 8030 ต่อ 202

เผยแพร่ข่าวโดย:

พีอาร์ บุฟเฟ่ต์ www.prbuffet.com ข่าวประชาสัมพันธ์ online







Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.