สุขภาพ การแพทย์ ความงาม

ประจำเดือนแบบไหน? ที่ผิดปกติ

ประจำเดือนแบบไหน? ที่ผิดปกติ

ถ้าประจำเดือนมาทุกเดือน ก็คิดว่าปกติแล้ว คุณกำลังเข้าใจผิด วันนี้จะมาแนะนำวิธีสังเกตว่าประจำเดือนผิดปกติหรือเปล่าแบบง่ายๆ ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มกันได้เลย… * รอบเดือนแต่ละรอบห่างกันเกินกว่า 35 วัน * ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 1 – 2 ชั่วโมง * ในแต่ละรอบเดือน มีประจำเดือนนานเกินกว่า 7 วัน * มีอาการปวดหน่วงๆ รุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน * เมื่อหมดประจำเดือนแล้ว แต่ยังมีเลือดออกคล้ายประจำเดือน * มีอายุเกิน 16 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีประจำเดือน หากใครที่มีอาการผิดปกติตามที่กล่าวมาข้างต้น ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของอาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อรักษาและรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องดีกว่านะครับ

ศัลยแพทย์ไทยโชว์เทคนิค “Modern facelift 7s” ตอบโจทย์คนไม่ยอมแก่

ศัลยแพทย์ไทยโชว์เทคนิค “Modern facelift 7s” ตอบโจทย์คนไม่ยอมแก่

ศัลยแพทย์ไทย โชว์เทคนิค “Modern facelift 7s” เพื่อการศัลยกรรมดึงหน้า ตอบโจทย์คนไม่ยอมแก่ พร้อมให้ผลลัพธ์ยาวนานยิ่งขึ้น ลดระยะเวลาการพักฟื้น แผลเล็ก หายเร็ว และดูเป็นธรรมชาติ กว่า 100 ปีของการเริ่มต้นศัลยกรรมมนุษย์คนแรกจนถึงปัจจุบัน วิวัฒนาการและเทคนิคทางการแพทย์ ผลักดันให้ “ศัลยกรรม” เป็นทั้งบริบทแห่งการรักษาและเสริมความงามเพื่อเพิ่มความมั่นใจ พร้อมทั้งได้รับความนิยม และเปิดเผยกันเพิ่มมากขึ้น โดยเทรนด์ศัลยกรรมทั่วโลกที่ได้รับความสนใจในอันดับต้นๆ คือ การศัลยกรรมตา, การเสริมจมูก, การเสริมหน้าอก, การดูดไขมัน และการศัลยกรรมดึงหน้า ในการประชุมวิชาการประจำปี 2562 ศูนย์ศัลยกรรมความงาม รพ.บางมด หนึ่งในผู้นำด้านศัลยกรรมความงามของประเทศมายาวนานกว่า 30 ปี ได้มีการเปิดเผยถึงข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับศัลยกรรมดึงหน้าในปัจจุบัน พร้อมเปิดตัวเทคนิคใหม่ที่ได้คิดค้นและพัฒนาจนมาเป็นเทคนิค “Modern facelift 7s” โดย นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงาม รพ.บางมด ว่า “จากการเก็บรวบรวมสถิติคนไข้ศัลยกรรม ประจำศูนย์ศัลยกรรมความงาม รพ.บางมด พบว่า ที่ผ่านมา ศูนย์ฯ มีจำนวนคนไข้เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้าสูงถึง 4,000 […]

เปิดข้อเท็จจริง!! เสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน กับโอกาสเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

เปิดข้อเท็จจริง!! เสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน กับโอกาสเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

จากกรณีข่าว “อย.เรียกคืนเต้านมเทียมซิลิโคนนาเทรล (NATRELLE) เหตุพบเสี่ยงมะเร็งต่อมน้ำเหลือง” ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในผู้ที่เคยทำการศัลยกรรม ซึ่งเพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องนพ.ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง รพ.บางมด และผู้อำนวยการศูนย์สัลยกรรมความงาม รพ.บางมด จึงได้กล่าวสรุปข้อเท็จจริงในประเด็นการเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน กับ การเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิด Breast Implant Associated – Anaplastic Large Cell Lymphoma (BIA-ALCL) ซึ่งได้อ้างอิงข้อมูลจาก Food and Drug Administration หรือองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) และ สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (American Society of Plastic Surgery : ASPS) ไว้ดังนี้ 1. โรค Breast Implant Associated – Anaplastic Large Cell Lymphoma (BIA-ALCL) หรือ โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเสริมหน้าอกด้วยเต้านมเทียม […]

มารู้จัก ! โรคแบคทีเรียกินเนื้อ

มารู้จัก ! โรคแบคทีเรียกินเนื้อ

ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีกระแสของโรคแบคทีเรียกินเนื้อ(flesh-eating disease) หรือที่เรียกว่าโรคเนื้อเน่า หรือศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า necrotizing fasciitis ในผู้ป่วยทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยโรคแบคทีเรียกินเนื้อ นั้น เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังชั้นลึก ตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ ชั้นไขมัน ไปจนถึงชั้นเนื้อเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ (fascia) เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก มักพบในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ และป่วยเป็นโรคเบาหวานหรือโรคตับแข็งมาก่อน การติดเชื้อมักพบหลังประสบอุบัติเหตุทำให้เกิดแผลหรือเกิดจากการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้อแบคทีเรีย เช่น มูลสัตว์ ขี้ดิน ขี้โคลน โดยจะมีอาการเริ่มจาก มีไข้ ปวดบวม แดงร้อนและอาการอักเสบร่วมด้วย และอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นตามลำดับ ซึ่งหากได้รับการรักษาในระยะเริ่มต้นจะสามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยลงได้ สาเหตุของโรคเนื้อเน่าหรือโรคแบคทีเรียกินเนื้อ อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดเดียวหรือหลายชนิดรวมกัน โดยเชื้อแบคทีเรียก่อโรคมีตั้งแต่ 1. เชื้อสเตร็ปโตค็อกคัส กลุ่ม A (Group A streptococci) 2. เชื้อเคล็บเซลลา (Klebsiella) 3. เชื้อคลอสตริเดียม (Clostridium) 4. เชื้ออีโคไล (E. coli) 5. เชื้อสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) […]

Reb M สารให้ความหวานจากหญ้าหวานที่ไม่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมของ SweeGen ได้รับการอนุมัติในสิงคโปร์

Reb M สารให้ความหวานจากหญ้าหวานที่ไม่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมของ SweeGen ได้รับการอนุมัติในสิงคโปร์

ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่จะมาตอบโจทย์ “ภาษีน้ำตาล” ของสิงคโปร์ SweeGen, Inc. บริษัทผู้ผลิตสารให้ความหวานจากธรรมชาติประกาศว่า สำนักงานอาหารแห่งสิงคโปร์ได้กำหนดให้สารให้ความหวานจากหญ้าหวาน Reb M ของบริษัทเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่ได้รับอนุญาต Reb M ของ Sweegen คือสารให้ความหวานจากหญ้าหวานที่ให้รสชาติหวานเหมือนน้ำตาล จึงช่วยให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มสามารถลดน้ำตาลในผลิตภัณฑ์โดยได้ไม่บั่นทอนรสชาติแต่อย่างใด การอนุมัติครั้งนี้มีขึ้นในระหว่างที่สิงคโปร์กำลังพิจารณา “ภาษีน้ำตาล” เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคและผู้ผลิตในการลดผลิตภัณฑ์จากน้ำตาล โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ได้เสนอมาตรการหลายประการที่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อภาคอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งรวมถึงการห้ามขายเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลปริมาณสูงและเก็บภาษีจากเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล กระบวนการผลิตที่ไม่เหมือนใครของ SweeGen เริ่มด้วยการนำหญ้าหวานมาผ่านกระบวนการแปรรูปทางชีวภาพภายใต้สิทธิบัตรของบริษัท เพื่อให้ได้ Reb M ที่บริสุทธิ์และมีรสชาติดี ซึ่งกระบวนการดังกล่าวช่วยให้ SweeGen สามารถผลิต Reb M ได้โดยไม่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม (Non-GMO) โดยผลิตภัณฑ์ Reb M เริ่มวางขายมาตั้งแต่ปี 2017 และได้รับการอนุมัติในหลายภูมิภาคทั่วโลก “เราตื่นเต้นที่จะได้นำเสนอสารให้ความหวานจากหญ้าหวาน Reb M ให้แก่ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในสิงคโปร์” Lewis Tessarolo ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการพัฒนาธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกของบริษัท SweeGen กล่าว “ผู้บริโภคทั่วโลกมีความต้องการผลิตภัณฑ์ปราศจากน้ำตาลหรือน้ำตาลต่ำมากขึ้น สารให้ความหวานจาก Reb M […]

โรงพยาบาลสุขุมวิท ร่วมกับ สภากาชาด จัดหน่วยรับบริจาคโลหิต

โรงพยาบาลสุขุมวิท ร่วมกับ สภากาชาด จัดหน่วยรับบริจาคโลหิต

โรงพยาบาลสุขุมวิท ร่วมกับ สภากาชาดไทย ขอเรียนเชิญผู้สนใจบริจาคโลหิต เพื่อจัดหาโลหิตให้กับผู้ป่วยทั่วประเทศ ในวันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 11.00 – 15.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 5A ของโรงพยาบาลฯ สนใจสอบถามราย ละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยงานสื่อสารการตลาด โทร. 02-391-0011 ต่อ 859-861

ผู้บริหารโรงพยาบาลสุขุมวิท เดินหน้ามอบกระเช้าดอกไม้

นพ.สัญชัย เหล่าสุทธิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุขุมวิท พร้อมด้วย น.ท.นพ.เอกพงษ์ โกมลหิรัณย์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลสุขุมวิท ได้ให้เกียรติเข้าเยี่ยม คุณสีนวล ยนต์ศิริคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (Unicompartmental Knee Arthroplasty) ทั้ง 2 ข้าง และมอบบัตรสมาชิก / GIft Voucher ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลเพื่อใช้เป็นส่วนลดในการรักษา ณ ห้องพักผู้ป่วย ชั้น 11 อาคารศูนย์การแพทย์ โรงพยาบาลสุขุมวิท เมื่อเร็วๆ ที่ผ่านมา

สัญญาณเตือนมะเร็งรังไข่ ที่ไม่ทันสังเกต

สัญญาณเตือนมะเร็งรังไข่ ที่ไม่ทันสังเกต

เพราะอาการที่เกิดขึ้นในระยะเริ่มต้นนั้นแทบจะไม่มีอาการบ่งบอกได้เลย หรือดูจะไม่เกี่ยวข้องกับมะเร็งรังไข่เลย เช่น อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ กินนิดเดียวก็รู้สึกอึดอัดในช่องท้อง หรือมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องเสีย ท้องผูก เบื่ออาหาร น้ำหนักขึ้นหรือลดลงโดยไม่มีสาเหตุ ปัสสาวะบ่อย อาการต่างๆ เหล่านี้ทำให้หลายคนไม่คิดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็งรังไข่ได้ กว่าจะพบก็อยู่ในระยะลุกลามไปแล้ว คือ คลำพบก้อนเนื้อบริเวณท้องน้อย เริ่มมีอาการปวดท้อง หรือมีน้ำในช่องท้อง ซึ่งอาจทำให้ยากต่อการรักษาและต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นผู้หญิงทุกคนจึงควรดูแลสุขภาพให้ดี หมั่นสำรวจร่างกายหรืออาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเองสม่ำเสมอ และควรเข้ารับการตรวจภายใน ตรวจอัลตร้าซาวด์ และพบสูตินารีแพทย์เป็นประจำทุกปี มดลูกและรังไข่เป็นสิ่งที่อยู่ลึกภายใน การตรวจอัลตร้าซาวด์จึงแบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ การตรวจโดยผ่านทางหน้าท้อง ซึ่งแพทย์จะให้คนไข้ดื่มน้ำเปล่าแล้วกลั้นปัสสาวะเอาไว้จนในกระเพาะปัสสาวะมีปริมาณน้ำปัสสาวะมากพอ เพื่อให้สามารถมองเห็นมดลูกและรังไข่ได้ชัดเจนขึ้น ส่วนอีกวิธีหนึ่ง คือ การตรวจโดยผ่านทางช่องคลอด โดยแพทย์จะทำการสอดอุปกรณ์อัลตร้าซาวด์เข้าไปทางช่องคลอด ซึ่งคนไข้อาจจะต้องนอนหงายหรือนอนตะแคงเข่าชันชิดหน้าอก หรือนอนบนขาหยั่ง ซึ่งแพทย์จะสามารถมองเห็นภาพของมดลูกและรังไข่จากจอมอนิเตอร์ได้ชัดเจน ทำให้การตรวจผ่านทางช่องคลอดนี้มีความแม่นยำกว่า

รพ.สุขุมวิท จัดงานสัมมนา“เผยเคล็ดลับโรคปวดหลัง รู้ทันการป้องกันได้ และแก้ไขเป็น”

รพ.สุขุมวิท จัดงานสัมมนา“เผยเคล็ดลับโรคปวดหลัง รู้ทันการป้องกันได้ และแก้ไขเป็น”

โรงพยาบาลสุขุมวิท ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนา เพื่อให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจ ในหัวข้อ “เผยเคล็ดลับโรคปวดหลัง รู้ทันการป้องกันได้ และแก้ไขเป็น” โดย นพ.พูนศักดิ์ อาจอำนวยวิภาส แพทย์ผู้ เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกสันหลัง และนพ.ปัณณวิชญ์ วงศ์วิวัฒนานนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ ฟื้นฟู ในวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 5A ของโรงพยาบาล สนใจสอบถามรายละเอียด และสำรองที่นั่งได้ที่ หน่วยงานสื่อสารการตลาด 02-391-0011 ต่อ 858 – 861

ร่างกายปลอดภัย ชีวิตไม่พัง ศึกษาให้ดีก่อน “ศัลยกรรมความงาม”

ร่างกายปลอดภัย ชีวิตไม่พัง ศึกษาให้ดีก่อน “ศัลยกรรมความงาม”

ปัจจุบันการทำศัลยกรรมเป็นที่ยอมรับและนิยมกันอย่างแพร่หลาย เพราะไม่ว่าจะเป็นดารา หรือแม้กระทั่งคนทั่วไป ก็หันมาใช้บริการสวยสั่งได้นี้กันเพิ่มมากขึ้น ทำให้สถานพยาบาลที่เกี่ยวกับความงามเกิดขึ้นมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งแน่นอนว่าการทำศัลยกรรมนอกจากจะต้องการเพิ่มความมั่นใจ แก้ไขจุดบกพร้อม เพิ่มความสวยความหล่อแล้ว ยังมีอีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึงนั่นคือความเสี่ยงจากการทำศัลยกรรมที่ทำออกมาแล้วจะปังหรือจะพัง และแม้ว่าหลายครั้งจะมีข่าวเรื่องการทำศัลยกรรมที่ผิดพลาด ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ แต่หลายคนก็ยังเลือกที่จะทำอยู่ เมื่อปฏิเสธไม่ได้ว่าศัลยกรรมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ก็จำเป็นที่ทุกคนต้องหันมาใส่ใจในการเลือกสถานพยาบาล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยและไม่เสียใจในภายหลัง สำหรับปัจจัยในการทำศัลยกรรมให้สวยและปลอดภัย สิ่งแรกที่ผู้รับบริการควรนึกถึง คือ “การศึกษาหาความรู้เรื่องที่ต้องการทำศัลยกรรมก่อนในเบื้องต้น” เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เช่น การทำศัลยกรรมทรวงอก มีการผ่าตัดกี่แบบ ควรใช้ซิลิโคนแบบไหน เสริมปริมาณเท่าไรถึงจะไม่อันตราย วิธีดูแลรักษาตัวหลังผ่าตัด เป็นต้น หลังจากที่หาข้อมูลเรื่องการทำศัลยกรรมแล้ว สิ่งที่สำคัญที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งคือ “การตรวจสอบข้อมูลสถานพยาบาลและแพทย์ที่ทำหน้าที่รักษาในเรื่องของความน่าเชื่อถือ” โดยผู้รับบริการจะต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานพยาบาลนั้นๆ ว่าต้องถูกกฎหมายมีใบรับรองหรือไม่ แพทย์ที่รักษาหรือศัลยแพทย์ต้องเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน อีกทั้งควรเป็นแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเรื่องความงามโดยตรง ซึ่งตัวผู้รับบริการสามารถตรวจสอบรายชื่อแพทย์ได้จากเว็บไซต์ของทางแพทยสภา เพื่อป้องกันการเจอหมอเถื่อน และเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้เข้ารับบริการเอง และสามารถตรวจสอบชื่อคลินิกและสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ http://privatehospital.hss.moph.go.th นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมเมื่อตัดสินใจเข้ารับบริการ คือ “การพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างแพทย์กับผู้รับบริการ” เพื่อให้เข้าใจในเรื่องของรายละเอียดที่เกี่ยวกับความต้องการ เช่น ข้อจำกัดทางร่างกาย ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้น รวมถึงการนัดหมายเพื่อตรวจเช็คหลังการเข้ารับบริการ ซึ่งศัลยแพทย์ที่ดีควรพิจารณาด้วยว่า ผู้รับบริการควรทำหรือไม่ทำศัลยกรรมอะไรบ้าง และต้องมีการประเมินสภาพจิตใจและความคาดหวังในการทำศัลยกรรมอีกด้วย “ผลงานการทำศัลยกรรมที่ผ่านมา” เป็นอีกส่วนที่ผู้รับบริการควรพิจารณา ซึ่งแพทย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ […]