อนันต์ชัย

รมว.แรงงาน กำชับนายจ้างปฏิบัติตามกม.ความปลอดภัย

รมว.แรงงาน กำชับนายจ้างปฏิบัติตามกม.ความปลอดภัย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ห่วงความปลอดภัยแรงงาน กำชับนายจ้างต้องใส่ใจและปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่คุมเข้มบังคับใช้กฎหมาย เร่งสร้างการรับรู้ มุ่งเป้าคุ้มครองแรงงานให้ปลอดภัย นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุจากการทำงานที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ห่วงใยความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง จึงได้ย้ำเตือนมายังนายจ้าง สถานประกอบกิจการทุกแห่งให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงานเป็นอันดับแรก โดยต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 รวมทั้งกฎกระทรวงและประกาศกรมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันและลดการประสบอันตรายจากการทำงาน นอกจากนี้ได้สั่งการให้กสร.กำกับดูแลให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่การประสบอันตรายจากการทำงานเกิดขึ้นจากการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของนายจ้างให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจัง อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า กสร.ได้กำชับให้พนักงานตรวจความปลอดภัยทั่วประเทศเร่งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติ ตลอดจนรณรงค์สร้างจิตสำนึกและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงานให้เกิดขึ้นในสังคมไทยเพื่อคุ้มครองป้องกันลูกจ้างให้มีความปลอดภัยในการทำงาน

กสร. เตือนภัยอย่าลงเชื่อเพจหลอกให้รับงานไปทำที่บ้าน

กสร. เตือนภัยอย่าลงเชื่อเพจหลอกให้รับงานไปทำที่บ้าน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตือนภัยผู้รับงานไปทำที่บ้านอย่าลงเชื่อเพจรับสมัครงานผ่านโซเชียลมีเดีย แนะให้ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ว่าจ้างก่อน หากไม่มั่นใจสอบถามสายด่วน 1506 กด 3 นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลมีเดียรับสมัครคนแพ็คและคัดแยกสินค้าประเภทกิ๊ฟช็อปโดยให้รับไปทำที่บ้านโดยผู้จ้างงานแจ้งว่าต้องจ่ายเงินค่ามัดจำอุปกรณ์ตามราคาสินค้าและเมื่อส่งสินค้าที่ผ่านการคัดแยกและแพ็คเสร็จแล้วจะได้ค่าจ้างพร้อมคืนเงินมัดจำ ซึ่งปรากฏว่ามีผู้ถูกหลอกลวงจำนวนมากทั้งในลักษณะของการโอนเงินมัดจำให้แต่ผู้ว่าจ้างหนีหายไปโดยไม่มีงานให้ทำหรือบางรายได้ส่งมอบงานให้แล้วแต่ไม่ได้รับค่าตอบแทน กสร.จึงขอเตือนให้แรงงานนอกระบบ ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และประชาชนทั่วไป ให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบแฝงมาในรูปแบบของการจ้างงานที่มีลักษณะงานที่คล้ายคลึงกับงานที่รับไปทำที่บ้านทั้งนี้ขอให้ตรวจสอบว่าผู้จ้างงานมีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ.2553 หรือไม่ เช่น จัดทำเอกสารเกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้านมอบให้แก่ผู้รับงานฯ ไม่เรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายจากผู้รับงาน เป็นต้น อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของผู้จ้างงานที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ.2553 จะมีโทษปรับตั้งแต่ 1 หมื่นถึง 2 แสนบาท หรือจำคุกตั้งแต่หนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี หรือได้รับโทษทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ที่ต้องการทราบว่าผู้ว่าจ้างปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่สอบถามได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3

กสร.เรียกสอบนายจ้าง บูรณะหอระฆังวัดพระยาทำเหตุลูกจ้างเสียชีวิต

กสร.เรียกสอบนายจ้าง บูรณะหอระฆังวัดพระยาทำเหตุลูกจ้างเสียชีวิต

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรียกสอบข้อเท็จจริงนายจ้าง หาเหตุลูกจ้างเสียชีวิตและบาดเจ็บระหว่างดำเนินการบูรณะหอระฆังวัดพระยาทำวรวิหาร หากพบไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดำเนินคดีทันที นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์หอระฆังวัดพระยาทำวรวิหาร เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ทรุดตัวจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บขณะดำเนินการบูรณะว่า จากการสอบข้อเท็จจริงของพนักงานตรวจความปลอดภัยในเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุลูกจ้างกำลังทำการยกฐานหอระฆังด้วยการดีดด้วยแม่แรง โดยมีลูกจ้างลงไปปฏิบัติงานใต้ฐานหอระฆัง แต่พื้นดินมีอาการทรุดทำให้เหล็ก(บีม)ที่ใช้ยึดแม่แรงเกิดการเบียดกันจนทำให้หอระฆังเกิดการทรุดตัวและมีเศษวัสดุหล่นลงมาจนเป็นเหตุให้ลูกจ้างบาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งนี้พนักงานตรวจความปลอดภัยได้ออกหนังสือเชิญนายจ้างให้มาพบเพื่อสอบข้อเท็จจริงในวันที่ 2 ตุลาคมนี้ หากตรวจสอบพบนายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะดำเนินคดีทันที โดยอัตราโทษสูงสุดของการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานคือมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า อุบัติเหตุในการทำงานที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อผู้ประสบเหตุ ครอบครัว นายจ้างเองก็มีความผิดและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามการประสบอันตรายจากการทำงานเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้เริ่มต้นด้วยการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด นายจ้างที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานสอบถามได้ที่กองความปลอดภัยแรงงานโทรศัพท์ 0 2448 9128-39 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 10 พื้นที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือที่โทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3

สหรัฐฯ ยก “ไทย” แก้ปัญหาแรงงานเด็กสำเร็จสูงสุดต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน

สหรัฐฯ ยก “ไทย” แก้ปัญหาแรงงานเด็กสำเร็จสูงสุดต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน

แรงงานเผยกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา ประกาศรายงานสถานการณ์และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด ประจำปี 2560  จัดระดับประเทศไทยอยู่ในระดับที่มีความสำเร็จมากซึ่งเป็นระดับสูงสุด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สร้างความเชื่อมั่นและยอมรับในระดับสากล นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยว่า พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับยกระดับการคุ้มครองแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในป้องกันการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายได้กำหนดนโยบายในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายด้วยการเพิ่มโทษสำหรับความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมายให้สูงขึ้น ควบคู่ไปกับการตรวจแรงงานเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น จากความพยายามดังกล่าวส่งผลให้เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2561 กระทรวงแรงงานของประเทศสหรัฐอเมริกาเผยแพร่รายงานสถานการณ์การขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด (Findings on the Worst Forms of Child Labor) ประจำปี ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560) ซึ่งประเมินความพยายามและผลการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวของ 132 ประเทศทั่วโลก โดยจัดให้ประเทศไทยอยู่ในระดับความสำเร็จมาก (Significant Advancement) ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุด และเป็น 1 ใน 17 ประเทศของรอบการประเมินปี 2560 ที่ได้ระดับนี้ นอกจากนี้ยังเป็น 1 ใน […]

กสร. เปิดอบรม “กฎหมายแรงงาน” ฟรี เริ่มพฤศจิกายนนี้

กสร. เปิดอบรม “กฎหมายแรงงาน” ฟรี เริ่มพฤศจิกายนนี้

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดอบรมหลักสูตร “กฎหมายแรงงานที่นายจ้าง-ลูกจ้างต้องรู้” ต้นปีงบประมาณ 2562 สมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่มรับสมัครเดือนพฤศจิกายนนี้ หวังให้นายจ้างลูกจ้างมีความรู้ความเข้าใจและปฏิบัติต่อกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กสร. กำหนดเปิดหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงาน โดยเปิดรับสมัครลูกจ้าง นายจ้างเข้ารับการอบรมหลักสูตรแรกประจำปีงบประมาณ 2562 คือ หลักสูตร “กฎหมายแรงงานที่นายจ้าง-ลูกจ้างต้องรู้” ใช้เวลาในการอบรม 12 ชั่วโมง หรือ 2 วันทำการ ซึ่งจะเปิดรับสมัครในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น สำหรับรุ่นแรกจะรับสมัครทั้งสิ้น 40 คน ซึ่งในปีที่ผ่านมาหลักสูตรดังกล่าวได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดีจากนายจ้างและสถานประกอบกิจการที่ส่งลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมเพราะจะทำให้ทราบถึงสิทธิ หน้าที่ตามกฎหมายแรงงานของนายจ้างและลูกจ้างที่พึงปฏิบัติต่อกัน เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกัน  ได้อย่างมีความสุข อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2562 กสร. ได้เตรียมเปิดหลักสูตรฝึกอบรมอื่น ๆ ให้แก่นายจ้าง ลูกจ้างเพื่อเปิดโอกาสให้ได้พัฒนาศักยภาพด้านแรงงาน โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และความเคลื่อนไหวของหลักสูตรอื่นๆ ที่จะเปิดรับสมัครได้ที่ กลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรแรงงาน สำนักพัฒนามาตรฐานแรงงาน โทรศัพท์ […]

กสร. ติวเข้มนิติกร เพิ่มศักยภาพบังคับใช้กฎหมาย

กสร. ติวเข้มนิติกร เพิ่มศักยภาพบังคับใช้กฎหมาย

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน อบรมนิติกรทั่วประเทศ รองรับกฎหมายใหม่ ตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพการบังคับใช้กฎหมาย คุ้มครองสิทธิลูกจ้าง นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กสร. ได้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อการคุ้มครองแรงงาน รวมทั้งระเบียบและแนวปฏิบัติหลายฉบับเพื่อให้แรงงานได้รับการคุ้มครองสิทธิและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ในการดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องมีการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้ทราบถึงสิทธิ หน้าที่ และสามารถปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดได้อย่างถูกต้อง โดยมีนิติกรทำหน้าที่ในการสร้างความรู้ความเข้าใจข้อกฎหมาย ให้คำปรึกษาแนะนำ รวมทั้งดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเป็นการเพิ่มพูนศักยภาพของนิติกรผู้ปฏิบัติงาน กสร. ได้จัดอบรมหลักสูตรเพื่อพัฒนาศักยภาพบังคับใช้กฎหมายขึ้น เพื่อให้นิติกรทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ได้ทราบและเข้าใจถึงเนื้อหาของกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่มีการปรับปรุงแก้ไข ตลอดจนแนวทางการบังคับใช้กฎหมาย นายอนันต์ชัย กล่าวต่อไปว่า การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 19 กันยายน 2561 โดยมี ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยนิติกรทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค จำนวน 100 คน ทั้งนี้กสร.มุ่งหวังให้นิติกร ที่ผ่านการอบรมสามารถให้บริการแก่นายจ้าง ลูกจ้างในการให้คำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามกฎหมาย รวมถึงสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

กสร. เพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ เตรียมเดินหน้าส่งเสริมสวัสดิการยืดหยุ่นใน EEC

กสร. เพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ เตรียมเดินหน้าส่งเสริมสวัสดิการยืดหยุ่นใน EEC

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จัดอบรมเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ เตรียมพร้อมเดินหน้าส่งเสริมสวัสดิการแบบยืดหยุ่น ตั้งเป้าถ่ายทอดให้ลูกจ้าง นายจ้างเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตวัยแรงงานเขต EEC นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างองค์ความรู้การบริหารสวัสดิการแรงงานแบบยืดหยุ่นเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตวัยแรงงานรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก หรือ EEC โดยกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาด้านการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ผลพวงจากการพัฒนาดังกล่าวก่อให้เกิดบริบทของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างงาน รูปแบบการทำงานคนทำงานสามารถนำเสนอผลงานผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีสามารถทำงาน ณ สถานที่ใดก็ได้ไม่จำกัดอยู่เพียงการทำงานในสถานประกอบกิจการเท่านั้น ดังนั้น รูปแบบการจัดสวัสดิการแรงงานจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้อง เหมาะสมกับบริบทของการจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้เกิดผลดีต่อลูกจ้างในด้านต่าง ๆ อาทิ การลดรายจ่ายในการดำรงชีวิต สุขภาพอนามัย สิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น จึงเกิดเป็นการพัฒนารูปแบบการจัดสวัสดิการที่มีความหลากหลาย ลูกจ้างสามารถเลือกหรือเปลี่ยนแปลงได้และนายจ้างสามารถจัดสวัสดิการ ได้ตรงตามความต้องการของลูกจ้าง โดยไม่ส่งผลกระทบแก่สถานประกอบกิจการ นายอนันต์ชัย กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกสร. ได้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ตลอดจนเป็นกำลังสำคัญในการรณรงค์ส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ให้แก่นายจ้าง ลูกจ้างเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการแรงงานแบบยืดหยุ่น กสร. จึงได้จัดโครงการเสริมสร้างองค์ความรู้การบริหารสวัสดิการแรงงานแบบยืดหยุ่นเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตวัยแรงงานรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมสวัสดิการแรงงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าร่วมโครงการ รวม 120 คน โดยมุ่งเน้นให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดสู่นายจ้าง ลูกจ้างในสถานประกอบกิจการเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตวัยแรงงานรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

กสร. กำหนดทิศทางทำงานปี 62 เน้นตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

กสร. กำหนดทิศทางทำงานปี 62 เน้นตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จัดสัมมนาผู้บริหารทั่วประเทศกำหนดทิศทางการทำงานปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และความท้าทายด้านแรงงานในอนาคต วันพุธที่ 18 กันยายน 2561 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพฯ นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการสัมมนาเพื่อกำหนดทิศทางการปฏิบัติราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ว่า กสร.มีภารกิจหลักในการดำเนินการเพื่อคุ้มครองแรงงานให้มีสภาพการจ้าง การทำงานที่เป็นธรรม มีความปลอดภัยในการทำงาน มีสวัสดิการที่เหมาะสม นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 การดำเนินภารกิจของกสร.ได้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงบริบทด้านแรงงานภายในประเทศและในระดับสากล เช่น การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน แก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal Unreported and Unregulated fishing: IUU) ทั้งนี้ความสำเร็จของการดำเนินการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือร่วมใจในการปฏิบัติงานตามแผน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงการบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานในกระทรวงและระหว่างกระทรวง สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 มีปัจจัยแวดล้อมเดิมและปัจจัยแวดล้อมใหม่ที่ท้าทายการทำงานหลายประการ เช่น ยุทธศาสตร์ชาติ […]

กสร. แนะนายจ้างจัดสวัสดิการการออม เตรียมพร้อมลูกจ้างสู่สังคมสูงวัย

กสร. แนะนายจ้างจัดสวัสดิการการออม  เตรียมพร้อมลูกจ้างสู่สังคมสูงวัย

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แนะนายจ้างจัดสวัสดิการนอกเหนือกฎหมายในรูปแบบการออมให้ลูกจ้าง สร้างหลักประกันด้านเศรษฐกิจเตรียมพร้อมก้าวสู่สังคมสูงวัย นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กสร.ได้ส่งเสริมให้นายจ้าง สถานประกอบกิจการจัดสวัสดิการเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับลูกจ้างในการก้าวสู่สังคมสูงวัย ทั้งนี้ข้อมูลสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2553 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ บ่งชี้ว่าจำนวนประชากรผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งผลให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในอนาคต สำหรับรูปแบบของสวัสดิการที่ได้ส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการดำเนินการ ได้แก่ การจัดสวัสดิการเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น การจัดกิจกรรมการออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพประจำปี การจัดตั้งชมรมสุขภาพ  เป็นต้น การจัดสวัสดิการด้านเศรษฐกิจได้ส่งเสริมในเรื่องของการจัดทำบัญชีครัวเรือน การสร้างวินัยการออม รวมไปถึงการสร้างกลไกด้านการออมด้วยการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ เพื่อให้ลูกจ้างมีเงินสะสมไว้ใช้หลังเกษียณอายุ และในกรณีมีความจำเป็นสามารถกู้ยืมได้โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์มาค้ำประกันและเสียดอกเบี้ยต่ำซึ่งจะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาการกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้นอกระบบให้กับลูกจ้างอีกทางหนึ่งด้วย อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดสวัสดิการเพื่อเตรียมความพร้อมก้าวสู่สังคมสูงวัย จะช่วยให้ลูกจ้างสามารถพึ่งพิงตนเองได้ทั้งในเชิงสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม นายจ้าง สถานประกอบกิจการที่สนใจ สอบถามได้ที่กองสวัสดิการแรงงาน โทรศัพท์ 0 2246 6774 หรือ 0 2246 0383

ย้ำนายจ้างเมื่อสิ้นสุดการจ้างลูกจ้างเด็กอย่าลืมแจ้ง กสร.

ย้ำนายจ้างเมื่อสิ้นสุดการจ้างลูกจ้างเด็กอย่าลืมแจ้ง กสร.

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำนายจ้างที่มีการจ้างเด็กอายุ 15 ถึง 18 ปีเข้าทำงานเมื่อสิ้นสุดการจ้างต้องแจ้งพนักงานตรวจแรงงานภายใน 7 วัน ฝ่าฝืนมีความผิด นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดให้นายจ้างที่มีการจ้างเด็กอายุ 15 ถึง 18 ปีเข้าทำงานจะต้องแจ้งการจ้างต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เด็กเข้าทำงานนอกจากนี้กฎหมายดังกล่าวยังกำหนดให้นายจ้างแจ้งการสิ้นสุดการจ้างภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่เด็กออกจากงานด้วย ทั้งนี้นายจ้างสามารถดาวน์โหลดแบบแจ้งการจ้างและสิ้นสุดการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้ที่เว็บไซด์ www.labour.go.th อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า จึงขอให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด หากฝ่าฝืนจะมีความผิดโดยมีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3

1 2 3 17