กฎหมาย

อบรม “กฎหมายและข้อบังคับสากลเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์และสิ่งแวดล้อมเพื่อกลยุทธ์การแข่งขัน สำหรับธุรกิจ”

เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมอบรม “กฎหมายและข้อบังคับสากลเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์และสิ่งแวดล้อมเพื่อกลยุทธ์การแข่งขันสำหรับธุรกิจ” ระหว่างวันที่ 23-24 เม.ย. 62 ณ รร.เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว โดยวิทยากรรับเชิญจากต่างประเทศ Prof. Gordon Robertson, University of Queensland, Australia จัดโดย ภาควิชาเทคโนโลยีการบรรจุและวัสดุ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมัครออนไลน์ได้ที่ >> https://goo.gl/qvGb8c ค่าใช้จ่าย 7,500 บาท/ท่าน (2 วัน) รับจำนวนจำกัดเพียง 50 ที่นั่ง สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0858333454 Download เอกสารประชาสัมพันธ์ >> https://goo.gl/bN2zQN

กสร. ชี้แจงกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่

กสร. ชี้แจงกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ชี้แจงร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. …. มาจากการพิจารณายกร่างโดยคณะกรรมการไตรภาคี และเปิดรับฟังความคิดเห็นวิเคราะห์อย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงทุกฝ่าย เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจแก่นายจ้าง ลูกจ้าง นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวถึงประเด็นที่มีข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีความเห็นชอบเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 โดยชี้แจงว่า การยกร่างกฎหมายดังกล่าวทำโดยคณะกรรมการไตรภาคี ประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง และผู้แทนฝ่ายภาครัฐ และได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแล้ว เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 ณ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นจากหน่วยงานภาคเอกชน ภาครัฐ และประชาชนทั่วไป จำนวน 297 คน รวมทั้งได้เปิดรับฟังผ่านทางเว็บไชต์กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (www.labour.go.th) ในช่วงระหว่างวันที่ 24 เมษายน ถึง 26 พฤษภาคม 2560 มีผู้สนใจเข้าชมเพื่อศึกษาร่างกฎหมาย จำนวน 235 คน โดยความเห็นที่ผ่านทั้งสองช่องทางส่วนใหญ่เห็นด้วยในหลักการเนื่องจากเป็นการขยายการคุ้มครองลูกจ้างมากขึ้น […]

กสร. เตือนลูกจ้างร้องเงินโบนัสให้ยึดกฎหมาย

กสร. เตือนลูกจ้างร้องเงินโบนัสให้ยึดกฎหมาย

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตือนลูกจ้างหยุดงาน ชุมนุมเรียกร้องโบนัสปลายปีอาจเสี่ยงถูกเลิกจ้าง แนะยึดหลักแรงงานสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนเจรจาด้วยเหตุผล ปฏิบัติต่อกันภายใต้กฎหมายแรงงาน พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เฝ้าระวังข้อพิพาท นายวิวัฒน์ ตังหงส์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ด้านแรงงานสัมพันธ์ในปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 ตุลาคม 2561 มีแนวโน้มลดลง โดยมีข้อเรียกร้องของสถานประกอบกิจการในภาคเอกชนและรัฐวิสากิจ จำนวน 480 แห่ง เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่มีข้อเรียกร้อง 544 แห่ง พบว่าลดลง 64 แห่ง อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปีของทุกปีที่ใกล้จะถึงนี้จะมีข้อเรียกร้องเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงเวลาปกติ ส่วนใหญ่เป็นการเรียกร้องเรื่องเงินโบนัส ขอขึ้นเงินเดือน และสวัสดิการต่าง ๆ ซึ่งหากไม่เป็นที่พอใจต่อทั้งสองฝ่ายก็อาจก่อให้เกิดเป็นข้อพิพาทแรงงานได้ ซึ่งที่ผ่านมาลูกจ้างส่วนใหญ่ใช้วิธี นัดหยุดงานรวมตัวชุมนุมเรียกร้องจึงอาจทำให้นายจ้างเลิกจ้างโดยและไม่จ่ายค่าชดเชยได้ตามกฎหมาย จึงขอเตือนไปยังนายจ้าง ลูกจ้างยึดหลักแรงงานสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนเจรจากันด้วยเหตุผล นายจ้างควรชี้แจงข้อเท็จจริงถึง ผลประกอบกิจการในปีนั้น ๆ เพื่อทำความเข้าใจกับลูกจ้างอย่างตรงไปตรงมาและขอให้ ทั้งสองฝ่ายคำนึงถึงสิทธิ หน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมายและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข นายวิวัฒน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงานทั่วประเทศ เข้าไปแนะนำ […]

นิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ DPU คว้านัก กม.แนวหน้าของไทย จัดอบรมหลักสูตร “Legal Workshop on Thai Business Insight for Foreigners”

นิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ DPU คว้านัก กม.แนวหน้าของไทย จัดอบรมหลักสูตร “Legal Workshop on Thai Business Insight for Foreigners”

คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการทางกฎหมาย เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสำหรับชาวต่างชาติ “Legal Workshop on Thai Business Insight for Foreigners” หลักสูตรนี้จัดขึ้นสำหรับชาวต่างชาติหรือผู้ที่สนใจที่จะเริ่มทำธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้กฎหมายไทยในชั้นต้นเพื่อทำธุรกิจได้อย่างราบรื่น สามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว โดยมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายระดับแนวหน้าของประเทศไทยเป็นวิทยากร อาทิ ดร.สุธรรม วลัยเสถียร ประธานหอการค้าไทย-เบลเยี่ยม-ลักเซมเบิร์ก ศาสตราจารย์พิเศษวิชัย อริยะนันทกะ (ผู้พิพากษาอาวุโส ประจำศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง) ดร.บัณฑิต อุชชิน ผู้ชำนาญการกฎหมายภาษี กรมสรรพกร และ ดร.สัตยะพล สัจจเดชะ นายกสมาคมทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศไทย โดยจัดอบรม ณ โรงแรม เดอะสุโกศล กรุงเทพ

กสร. ย้ำนายจ้างจัดสวัสดิการเวชภัณฑ์และยาให้กับลูกจ้างตาม กม.

กสร. ย้ำนายจ้างจัดสวัสดิการเวชภัณฑ์และยาให้กับลูกจ้างตาม กม.

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป จัดสวัสดิการเวชภัณฑ์และยาเพื่อใช้ในการปฐมพยาบาลให้กับลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนมีความผิด นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กฎหมายคุ้มครองแรงงานได้กำหนดให้นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการจัดสวัสดิการที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ลูกจ้าง ทั้งนี้สำหรับสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2548 กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีเวชภัณฑ์และยาเพื่อใช้ในการปฐมพยาบาลในจำนวนที่เพียงพอ โดยต้องมีเวชภัณฑ์และยาพื้นฐาน อย่างน้อย 29 รายการ เช่น ปรอทวัดไข้ แอลกอฮอล์เช็ดแผล ยาแก้แพ้ ยาบรรเทาปวดลดไข้ เป็นต้น สำหรับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะมีความผิด โดยมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อธิบดีกสร. กล่าวต่อว่า กสร.จึงขอให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3

ก.แรงงาน ร่วมสมาคมประมง ตั้งคณะทำงานถกแนวทางปฏิบัติตามกม.

ก.แรงงาน ร่วมสมาคมประมง ตั้งคณะทำงานถกแนวทางปฏิบัติตามกม.

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ตั้งคณะทำงาน พร้อมจัดประชุมถกกฎหมายประมงทะเลครั้งแรก เล็งนำผลกำหนดเป็นแนวปฏิบัติร่วมกัน นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงกรณีที่สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบกิจการประมงทะเลยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีโดยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด 22 จังหวัดชายฝั่งทะเลขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาการทำประมง โดยเฉพาะประเด็นการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล ว่า จากปัญหาดังกล่าว กสร. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล ประกอบด้วย ผู้แทนจากสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจัดให้มีการประชุมหารือร่วมกันเป็นครั้งแรกในวันที่ 21 สิงหาคม 2561 เพื่อรับฟัง ความคิดเห็น ปัญหา อุปสรรคโดยละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล ตลอดจนร่วมกันกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายเช่น การกำหนดเวลาพัก เวลาทำงาน การตรวจเอกสาร เป็นต้น เพื่อให้มีความชัดเจนและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อธิบดี กสร. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ กสร. จะนำผลการหารือร่วมกันมากำหนดเป็นแนวปฏิบัติของทั้งพนักงานตรวจแรงงานใน 22 จังหวัดติดชายทะเลและผู้ประกอบกิจการประมง และหลังจากที่กระทรวงแรงงานเปิดศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้างเพื่อรองรับการนำเข้าแรงงานเมียนมาตามระบบ MOU เพื่อป้องกันปัญหา  ในการจ้างงาน กสร. ก็จะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปร่วมตรวจสอบคัดกรองรวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายแก่แรงงานต่างด้าวที่ประสงค์จะทำงานในกิจการประมงทะเลด้วย

กสร. เตือนนายจ้างแจ้งรายชื่อสารเคมีอันตรายภายใน 7 วัน

กสร. เตือนนายจ้างแจ้งรายชื่อสารเคมีอันตรายภายใน 7 วัน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตือนนายจ้างที่มีการใช้สารเคมีอันตราย ปฏิบัติตามกฎหมาย ความปลอดภัยแจ้งรายชื่อสารเคมีอันตรายภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีอยู่ในครอบครอง ฝ่าฝืนมีความผิด นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ.2556 กำหนดให้นายจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง ต้องจัดทําบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตรายตามแบบที่กําหนด พร้อมทั้งแจ้งรายชื่อของสารเคมีอันตรายต่อกสร.ภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนั้นภายในเดือนมกราคมของทุกปีนายจ้างต้องแจ้งบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตราย และรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตรายที่มีอยู่ในครอบครองต่อกสร. ด้วย จึงขอให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนจะมีความผิดโดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีต้องการทราบรายชื่อสารเคมีอันตรายหรือแบบแจ้งรายชื่อ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.oshthai.org หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่กองความปลอดภัยแรงงาน โทรศัพท์ 0 2448 9141

แรงงานจับมือกระทรวงจัดการเหตุฉุกเฉินประเทศจีน ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย

แรงงานจับมือกระทรวงจัดการเหตุฉุกเฉินประเทศจีน ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จับมือกระทรวงจัดการเหตุฉุกเฉิน สาธารณรัฐประชาชนจีน แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ มุ่งยกระดับการดำเนินงานด้านความปลอดภัย นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่าเมื่อเร็ว ๆนี้ ได้ร่วมหารือกับ Miss Gejin Zhao อธิบดีกรมนโยบายและข้อกำหนด กระทรวงการจัดการเหตุฉุกเฉิน สาธารณรัฐประชาชนจีนและคณะฯ ในโอกาสที่เดินทางมาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์การดำเนินงานด้านความปลอดภัยฯ ในประเทศไทย จากการหารือร่วมกันทั้งสองฝ่ายจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล และประสบการณ์การดำเนินการด้านความปลอดภัย เพื่อนำไปใช้ในการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน รวมถึงความร่วมมือในการพัฒนานโยบาย และยุทธศาสตร์ด้านความปลอดภัยในการทำงาน อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะส่งผลดีต่อการพัฒนาดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานของประเทศไทย ทั้งในด้านวิชาการตลอดจนกลไกในการกำกับดูแล บังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปีนี้ทางรัฐบาลจีนได้จัดสรรทุนให้กับเจ้าหน้าที่ของกสร. เพื่อเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการด้านความปลอดภัย ณ เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย

กสร.ย้ำนายจ้างไม่จัดน้ำดื่มให้ลูกจ้างมีความผิด

กสร.ย้ำนายจ้างไม่จัดน้ำดื่มให้ลูกจ้างมีความผิด

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำนายจ้างต้องจัดน้ำสะอาดสำหรับดื่มให้ลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ฝ่าฝืนมีความผิด นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กำหนดให้เป็นหน้าที่ของนายจ้างที่จะต้องจัดน้ำสะอาดสำหรับดื่มให้กับลูกจ้าง โดยต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งที่สำหรับลูกจ้างไม่เกิน 40 คน และให้จัดเพิ่มขึ้นในอัตราส่วน 1 ที่ต่อลูกจ้างทุก ๆ 40 คน กรณีเศษของลูกจ้างถ้าเกิน 20 คนให้ถือเป็น 40 คน กสร. จึงขอย้ำให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นายจ้าง ลูกจ้าง มีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3

กสร.ห่วงนายจ้าง แนะตรวจสอบคุณสมบัติพยาบาลก่อนจ้าง

กสร.ห่วงนายจ้าง แนะตรวจสอบคุณสมบัติพยาบาลก่อนจ้าง

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ห่วงนายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กรณีจ้างพยาบาลประจำสถานประกอบกิจการ แนะตรวจสอบคุณสมบัติพยาบาลก่อนจ้าง หากไม่เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ ถือว่ายังปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2548 กำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้างทำงานในเวลาเดียวกันตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีห้องพยาบาลและพยาบาลไว้ประจำอย่างน้อยหนึ่งคนตลอดเวลาทำงาน  สำหรับสถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างทำงานในเวลาเดียวกันตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป จะต้องมีพยาบาลอย่างน้อย 2 คนประจำตลอดเวลาทำงาน รวมทั้งได้กำหนดคุณสมบัติของพยาบาลที่ปฏิบัติงานว่าต้องเป็นพยาบาลตั้งแต่ระดับเทคนิคขึ้นไป อย่างไรก็ตามยังพบว่ามีสถานประกอบกิจการหลายแห่งที่ไม่ได้ตรวจสอบคุณสมบัติของพยาบาลที่มาปฏิบัติงานว่าเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่  กสร.จึงขอให้นายจ้างได้ตรวจสอบคุณสมบัติของพยาบาลที่มาปฏิบัติงานให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หากมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กฎหมายกำหนดถือว่านายจ้างยังปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อธิบดี กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานประกอบกิจการที่ไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง ตามกฎกระทรวงดังกล่าว จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3

1 2 3