การเมือง ราชการ รัฐวิสาหกิจ

“สูตรสำเร็จ ต้นแบบชุมชนยั่งยืน” หรือ “PowerPoint มีชีวิต”

“สูตรสำเร็จ ต้นแบบชุมชนยั่งยืน” หรือ “PowerPoint มีชีวิต”

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ โครงการธรรมชาติปลอดภัย เครือเจริญโภคภัณฑ์ (บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด) และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง จัดงานเปิดตัว “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติปลอดภัยแม่ปาน-สันเกี๋ยง” ภายใต้โครงการธรรมชาติปลอดภัยแม่แจ่ม: แม่ปาน-สันเกี๋ยง โมเดล ขึ้น เพื่อประชาสัมพันธ์ตัวอย่างชุมชนที่ประสบความสำเร็จแบบยั่งยืน จากผลสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมาจากความสามัคคี ความเข้มแข็งของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ และสมาชิกในชุมชน ขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ยั่งยืน และเพื่อเป็นการสร้างโมเดลตัวอย่าง “สูตรสำเร็จ ต้นแบบชุมชนยั่งยืน” เป็นศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้ด้านการสร้างอาชีพที่ยั่งยืน ให้กับชุมชนบ้านแม่ปาน-สันเกี๋ยง และชุมชนอื่นๆ ได้เข้ามาศึกษา เรียนรู้ สถานที่จริง วิธีปฏิบัติจริง พร้อมนำไปปรับใช้ และพัฒนาชุมชนของตนเอง หรือที่เราเรียกว่า เอง หรือที่เราเรียกว่า “PowerPoint มีชีวิต“

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการคณะผู้แทนการค้าสินค้าอุปโภคบริโภคเดินทางมาเจรจาการค้าในประเทศไทย (Sourcing Forum)

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการคณะผู้แทนการค้าสินค้าอุปโภคบริโภคเดินทางมาเจรจาการค้าในประเทศไทย (Sourcing Forum)

ด้วยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีกำหนดดำเนินโครงการคณะผู้แทนการค้าสินค้าอุปโภคบริโภคเดินทางมาเจรจาการค้าในประเทศไทย (Sourcing Forum) โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ เชิญผู้นำเข้า/ฝ่ายจัดซื้อของห้างสรรพสินค้า/ซุปเปอร์มาร์เก็ต/เจ้าของกิจการ/ผู้จัดจำหน่ายที่มีศักยภาพจากภูมิภาคอาเซียน เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ แอฟริกา ตะวันออกกลาง เดินทางมาเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 25 – 28 กุมภาพันธ์ 2562 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ นั้น ทางกรมจึงได้เรียนเชิญผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาการค้ากับคณะผู้แทนการค้าจากในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีของผู้ประกอบการไทยที่จะได้พบปะเจรจาการค้าและสร้างเครือข่ายธุรกิจกับผู้นำเข้าที่มีศักยภาพจากต่างประเทศ ตามกำหนดการ ดังนี้ วัน/เวลา : วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 08.30 – 17.00 น. สถานที่ : โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ ห้องวิภาวดีบอลลูม

อ.ส.ค. จัดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ น้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 ชูแนวคิด “สืบสาน รักษา ต่อยอด โคนมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

อ.ส.ค. จัดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ น้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 ชูแนวคิด “สืบสาน รักษา ต่อยอด โคนมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เป็นประธานในงานแถลงข่าวงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2562 พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร อ.ส.ค. โดย ชูแนวคิด “สืบสาน รักษา ต่อยอด โคนมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” Dairy Thailand Towards Sustainable Development Goals (SDGs) เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการโคนมไทย” โดยงานเทศกาลโคนมแห่งชาติประจำปี 2562 จะจัดขึ้นในวันที่ 30 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2562 ณ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย เชิงเขาตาแป้น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

ร่วมให้การต้อนรับ

ร่วมให้การต้อนรับ

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นประธานเปิดงานในโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจและการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ท. เนื่องในโอกาสครบรอบการสถาปนา 11 ปี ใน วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2562 โดยมี กีรติญา อนันต์ ผู้จัดการฝ่ายขาย ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงแรมเบสท์เวสเทิร์นพลัสแวนด้าแกรนด์ ————————————————– สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-582-8282 อีเมล์ enquiry@bwpluswandagrand.com Website: www.bwpluswandagrand.com FB: @bwpwanda

“กอช. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ส่งเสริมความรู้ให้ประชาชนชาวอยุธยาและฉะเชิงเทรา มีเงินรายเดือนใช้หลังอายุ 60 ปี

“กอช. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ส่งเสริมความรู้ให้ประชาชนชาวอยุธยาและฉะเชิงเทรา มีเงินรายเดือนใช้หลังอายุ 60 ปี

“กอช. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ส่งเสริมความรู้ให้ประชาชนชาวอยุธยาและฉะเชิงเทรา มีเงินรายเดือนใช้หลังอายุ 60 ปี” นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานการประชุมขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมวินัยการออมกับ กอช. ในระดับพื้นที่ ครั้งที่ 4 ภาคกลาง 2 จังหวัด คือ จังหวัดอยุธยาและฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยนางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ละจังหวัดให้การต้อนรับ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในแผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม โดยแผนการปฏิรูปนี้เป็นหนึ่งใน 11 ด้าน ของการปฏิรูปประเทศที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นางมุกดา อินต๊ะสาระ ผู้ทรงวุฒิด้านสวัสดิการชุมชน นายเจษฎา มิ่งสมร กรรมการซึ่งเป็นสมาชิกภาคตะวันออก และนายบุญเสริม จิตเจนสุวรรณ กรรมการซึ่งเป็นสมาชิก ภาคเหนือ ให้ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนการเงินระยะยาวไว้ใช้ในยามเกษียณหลังอายุ 60 ปี โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น เพื่อที่จะได้ให้ผู้นำในแต่ละส่วนงานได้นำความรู้ไปเผยแพร่ให้กับลูกบ้านได้เข้าถึงสวัสดิการบำนาญจากรัฐบาลในการออมเงินกับ กอช.

เสริม “หลักนิติธรรม” สร้างอนาคต สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับ Institute for Global Law and Policy – IGLP at Harvard Law School ตอกย้ำการสร้างเสริมหลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

เสริม “หลักนิติธรรม” สร้างอนาคต สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับ  Institute for Global Law and Policy –  IGLP at Harvard Law School ตอกย้ำการสร้างเสริมหลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

ในโลกที่ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด และมีผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญต่อสมาชิกในสังคม “หลักนิติธรรม” ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างเสริมสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรม การมีส่วนร่วม และความเสมอภาคให้เกิดขึ้นในสังคม จึงเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องใส่ใจและให้สำคัญ ในการนี้ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Institute of Justice – TIJ) จึงจับมือกับสถาบัน Institute for Global Law and Policy หรือ IGLP แห่งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เปิดเวทีสาธารณะระดับนานาชาติว่าด้วยหลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืนครั้งที่ 7 ในหัวข้อ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความยุติธรรม” เชิญผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในเรื่องของการผสานความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ากับการออกแบบนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำนำสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ หลักนิติธรรมถูกกำหนดไว้เป็นเป้าหมายที่ 16 จากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN’s Sustainable Development Goals – SDGs) จำนวน 17 ข้อ และได้รับการยอมรับว่านอกจากจะเป็นเป้าหมายในตัวเองแล้ว หลักนิติธรรมยังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการสร้างเสถียรภาพและการเปลี่ยนแปลงสังคม ทั้งยังเป็นปัจจัยเอื้อให้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนประการอื่น ๆ ประสบความสำเร็จอีกด้วย ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ […]

Investing in the Rule of Law for a Better Future Thailand Institute of Justice (TIJ) and Harvard Law School joined hands to enhance the rule of law and sustainable development through innovation and technology

Investing in the Rule of Law for a Better Future Thailand Institute of Justice (TIJ) and Harvard Law School joined hands to enhance the rule of law and sustainable development through innovation and technology

Bangkok, 11 January 2019 – In the ever-changing world, the rule of law, which aims to ensure matters such as human rights, social justice, inclusion and equality, has become more pertinent than ever. For that reason, The Thailand Institute of Justice (TIJ), in collaboration with Institute for Global Law and Policy – IGLP at Harvard […]

“ส่องความยุติธรรมยุค High Tech…จากโลกสู่ไทย” ในงาน “เวทีสาธารณะระดับนานาชาติ” หัวข้อ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความยุติธรรม” โดย สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถาบัน IGLP แห่งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

วันศุกร์ที่ 11 มกราคม 2562 เวลา 09.00-12.15 น. (และ 13.30 – 16.30) ขอเรียนเชิญสื่อมวลชน ร่วมหาคำตอบ “ส่องความยุติธรรมยุค High Tech…จากโลกสู่ไทย” ในงาน “เวทีสาธารณะระดับนานาชาติ” หัวข้อ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความยุติธรรม” โดย สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถาบัน IGLP แห่งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในวันที่โลกเทคโนโลยีเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว หลักนิติธรรมในหลายประเทศในเอเชียและของไทยดูจะพัฒนาไปไม่เท่าทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโลกในหลายๆ ด้าน ความเหลื่อมล้ำมีช่องว่างมากขึ้นเรื่อยๆ คนจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งข้อสงสัยในกระบวนการยุติธรรม บ้างก็ว่ากฎหมายล้าสมัย ไม่เท่าทันยุค บ้างก็ว่ากฎหมายไม่โปร่งใส บ้างก็ว่าความยุติธรรมกำลังชำรุด และบางคนก็ถึงขั้นกล่าวว่า ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริง สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) (TIJ) ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมหาคำตอบ และสำรวจความก้าวหน้าและอนาคตของความยุติธรรมในระดับสากล ในเวทีสาธารณะระดับนานาชาติที่จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความยุติธรรม” ซึ่งทาง TIJ จัดขึ้นร่วมกับสถาบัน Institute for Global Law and Policy – […]

พพ.ผนึกม.อุดรธานีผุดหลักสูตรพลังงาน ผลิตวิศวกรรมคุณภาพด้านลดใช้พลังงาน

พพ.ผนึกม.อุดรธานีผุดหลักสูตรพลังงาน ผลิตวิศวกรรมคุณภาพด้านลดใช้พลังงาน

พพ.ผนึกม.อุดรธานีผุดหลักสูตรพลังงาน ผลิตวิศวกรรมคุณภาพด้านลดใช้พลังงาน นายยงยุทธ จันทรโรทัย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่าง พพ. กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เพื่อร่วมกันพัฒนาการเรียนการสอนหลักสูตรผู้รับผิดชอบด้านพลังงานสามัญ และหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ตามแนวทางการออกแบบอาคารที่สามารถลดใช้พลังงานได้อย่างมประสิทธิภาพ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนดของหน่วยงานภาครัฐ สำหรับความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตร นับเป็นการขยายเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการต่อยอดให้เกิดการขยายองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานไปสู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานมีแนวทางในการนำไปต่อยอดในการปฎิบัติหน้าที่ในส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องให้ได้ตามมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฎหมาย (พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535)และขั้นตอนการปฏิบัติตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการรู้ศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานของโรงงาน/อาคาร ซึ่งทั้งสองหลักสูตรดังกล่าวจะใช้สำหรับการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาในสาขาวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมพลังงาน และสาขาวิศวกรรมเครื่องกล เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับ ในการพัฒนาให้ทุกภาคส่วนสามารถมีแนวทางการบริหารจัดการพลังงานทั้งการออกแบบอาคาร และ ในโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการขยายเครือข่ายการส่งเสริมและสนับสนุนการออกแบบอาคารและการเพื่อการอนุรักษ์พลังงานมาอย่างเนื่อง โดยที่ผ่านมา พพ.ได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเอกชน ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ในเรื่องการออกแบบอาคารให้เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาอาคารอนุรักษ์พลังงาน และในขณะที่ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เพื่อนำเนื้อหาไปบรรจุในหลักสูตร เพื่อนำไปประกอบการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จากการเดินหน้าส่งเสริมในเรื่องดังกล่าวทำไห้ในปัจจุบันนี้สามารถลดต้นทุนด้านพลังงานให้กับอาคารได้ประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อปี

พพ.ผนึกม.อุดรธานีผุดหลักสูตรพลังงาน ผลิตวิศวกรรมคุณภาพด้านลดใช้พลังงาน

พพ.ผนึกม.อุดรธานีผุดหลักสูตรพลังงาน ผลิตวิศวกรรมคุณภาพด้านลดใช้พลังงาน

พพ.ผนึกม.อุดรธานีผุดหลักสูตรพลังงาน ผลิตวิศวกรรมคุณภาพด้านลดใช้พลังงาน นายยงยุทธ จันทรโรทัย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่าง พพ. กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เพื่อร่วมกันพัฒนาการเรียนการสอนหลักสูตรผู้รับผิดชอบด้านพลังงานสามัญ และหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ตามแนวทางการออกแบบอาคารที่สามารถลดใช้พลังงานได้อย่างมประสิทธิภาพ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนดของหน่วยงานภาครัฐ สำหรับความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตร นับเป็นการขยายเครือข่ายมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการต่อยอดให้เกิดการขยายองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานไปสู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานมีแนวทางในการนำไปต่อยอดในการปฎิบัติหน้าที่ในส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องให้ได้ตามมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฎหมาย (พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535)และขั้นตอนการปฏิบัติตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการรู้ศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานของโรงงาน/อาคาร ซึ่งทั้งสองหลักสูตรดังกล่าวจะใช้สำหรับการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาในสาขาวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมพลังงาน และสาขาวิศวกรรมเครื่องกล เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับ ในการพัฒนาให้ทุกภาคส่วนสามารถมีแนวทางการบริหารจัดการพลังงานทั้งการออกแบบอาคาร และ ในโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการขยายเครือข่ายการส่งเสริมและสนับสนุนการออกแบบอาคารและการเพื่อการอนุรักษ์พลังงานมาอย่างเนื่อง โดยที่ผ่านมา พพ.ได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเอกชน ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ในเรื่องการออกแบบอาคารให้เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาอาคารอนุรักษ์พลังงาน และในขณะที่ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เพื่อนำเนื้อหาไปบรรจุในหลักสูตร เพื่อนำไปประกอบการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จากการเดินหน้าส่งเสริมในเรื่องดังกล่าวทำไห้ในปัจจุบันนี้สามารถลดต้นทุนด้านพลังงานให้กับอาคารได้ประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อปี

1 2 3 40