กระทรวงแรงงาน

กสร. สั่งช่วยลูกจ้างบอดี้ แฟชั่น นครสวรรค์

กสร. สั่งช่วยลูกจ้างบอดี้ แฟชั่น นครสวรรค์

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สั่งเร่งช่วย 753 ลูกจ้าง บริษัท บอดี้ แฟชั่น นครสวรรค์ ถูกลอยแพหลังนายจ้างประกาศเลิกจ้างกะทันหัน สั่งติดตามค่าชดเชยและสิทธิประโยชน์โดยเร็ว พร้อมประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเข้าดูแล         นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวถึงการดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกจ้างบริษัท บอดี้ แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด สาขานครสวรรค์ ที่ถูกเลิกจ้างว่า ในวันนี้ (31 กรกฎาคม 2563) ลูกจ้างบริษัท บอดี้แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด สาขานครสวรรค์ ได้มีการชุมนุมหน้าบริษัทเนื่องจากลูกจ้างได้กลับเข้าทำงานหลังจากที่บริษัทได้ประกาศหยุดงานเหตุสุดวิสัย ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม ถึง 30 กรกฎาคม 2563 และให้ลูกจ้างรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานร้อยละ 62 ของค่าจ้าง จากสำนักงานประกันสังคม อันเนื่องจากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อครบกำหนดตามที่ประกาศหยุดงานในวันนี้ ลูกจ้างได้กลับเข้าทำงานตามปกติแต่ไม่สามารถเข้าทำงานได้เพราะนายจ้างปิดประตูทางเข้าบริษัทและติดประกาศเลิกจ้างโดยอ้างว่าลูกจ้าง   ได้ละทิ้งหน้าที่เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 ทำให้บริษัทได้รับความเสียหายถือเป็นการกระทำอาญาโดยเจตนาต่อนายจ้างและเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรงจึงเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย โดยให้มีผลเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ […]

หม่อมเต่า นัดสถานประกอบกิจการ ถกผลกระทบโควิด ร่วมหารือแนวทางแก้ไข

หม่อมเต่า นัดสถานประกอบกิจการ ถกผลกระทบโควิด ร่วมหารือแนวทางแก้ไข

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นัดสถานประกอบกิจการ 30 แห่งร่วมประชุมหารือแนวทางแก้ไขผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งพบว่าขณะนี้สถานประกอบกิจการส่วนใหญ่ยังคงรับมือได้ ยอมรับมีปรับลดค่าจ้างแต่ยังจ่ายเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ห่วงหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ยอดคำสั่งซื้อไม่กระเตื้องอาจแบกรับไม่ไหว วอนภาครัฐช่วยในบางเรื่อง หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การเชิญนายจ้าง ผู้แทนสถานประกอบกิจการมาร่วมประชุมหารือในครั้งนี้ เพื่อต้องการรับทราบข้อมูลปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาของภาคส่วนแรงงาน และจะได้หาแนวทางแก้ไขร่วมกัน ซึ่งผลจากการพูดคุยพบว่า ขณะนี้สถานประกอบกิจการส่วนใหญ่ยังคงรับมือได้ ยอมรับมีปรับลดค่าจ้างแต่ยังจ่ายมากกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (มากกว่าร้อยละ 75) แต่ยังคงเป็นห่วงว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ยอดคำสั่งซื้อลดลงอาจแบกรับไม่ไหว และอาจจะต้องหารือร่วมกับลูกจ้างอีกครั้ง จึงขอให้กระทรวงแรงงานดูแลในเรื่อง การลดเงินสมทบประกันสังคมลง การขยายเวลาการจ่ายเงินช่วยเหลือลูกจ้างร้อยละ 62 ต่อไปอีกถึงสิ้นปี การปรับลดอัตราลูกจ้างที่ต้องเข้าฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน และการปรับข้อกำหนดในการอบรม เช่น การใช้ระบบออนไลน์ และในส่วนของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานขอให้ผ่อนปรน การบังคับใช้กฎหมาย โดยให้ใช้ระบบแรงงานสัมพันธ์แทน และให้กำหนดเป็นมาตรฐานสำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างของสถานประกอบกิจการ ส่วนกระทรวงแรงงานจะได้รวบรวมประเด็นปัญหาทั้งหมดมาสรุปเป็นแนวทางเพื่อการแก้ปัญหาต่อไป นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการใช้ระบบแรงงานสัมพันธ์สถานประกอบกิจการสามารถดำเนินการได้โดยใช้ระบบทวิภาคีในการเจรจาพูดคุยกับลูกจ้างด้วยหลักสุจริตใจ เพื่อยืดหยุ่นสภาพการจ้าง ปรับ-ลดสวัสดิการต่าง ๆ ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ อย่างไรก็ตามก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ทั้งนี้ ขอให้นายจ้างลูกจ้างเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ให้สถานประกอบการดำเนินกิจการต่อไปได้ และลูกจ้างยังมีงานทำสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ […]

กสร. แจงประกาศกระทรวงแรงงาน ห้ามปิดงาน-นัดหยุดงาน เจตนาเพื่อระงับข้อพิพาทแรงงานในห้วงที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

กสร. แจงประกาศกระทรวงแรงงาน ห้ามปิดงาน-นัดหยุดงาน  เจตนาเพื่อระงับข้อพิพาทแรงงานในห้วงที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แจงการออกประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ให้ข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้เข้าสู่การชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ และห้ามนายจ้างปิดงานหรือหรือลูกจ้างนัดหยุดงานในระหว่างประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เจตนาลดความเดือดร้อนนายจ้างลูกจ้างจากข้อพิพาทแรงงานช่วงสถานการณ์โควิด -19 หากนายจ้างลูกจ้างมีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เป็นผู้ชี้ขาด นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงการออกประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ให้ข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้เข้าสู่การชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ และห้ามนายจ้างปิดงานหรือหรือลูกจ้างนัดหยุดงานในระหว่างประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า เนื่องจากกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ได้กำหนดให้นายจ้างมีสิทธิปิดงานและลูกจ้างมีสิทธินัดหยุดงานหากมีข้อพิพาทแรงงานที่ไม่สามารถตกลงกันได้ แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หากทั้งสองฝ่ายใช้สิทธิดังกล่าวก็จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อทั้งการประกอบการของนายจ้าง และมีผลกระทบต่อลูกจ้างที่ต้องขาดรายได้ อีกทั้งการรวมตัวกัน เพื่อหยุดงานอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และไม่เป็นไปตามมาตรการการเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าว ออกตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการหยุดกิจการเพราะเหตุจำเป็นซึ่งไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามมาตรา 75 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ไม่ใช่การปิดงานหรือนัดหยุดงานตามประกาศนี้ อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า หากที่มีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้เกิดขึ้น นายจ้าง สหภาพแรงงานหรือลูกจ้าง สามารถให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ซึ่งเป็นคณะกรรมการไตรภาคีตามพระราชบัญญัติแรงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานได้ กรณีที่มีการปิดงานหรือนัดหยุดงานอยู่ก่อนวันที่มีประกาศนี้ใช้บังคับ ให้นายจ้างซึ่งปิดงานรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน และให้ลูกจ้างที่นัดหยุดงานกลับเข้าทำงาน สำหรับระยะใช้บังคับของประกาศดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 […]

อธิบดี กสร.เผยผลตรวจแรงงานประมง ศูนย์ PIPO พบผิดลดลง

อธิบดี กสร.เผยผลตรวจแรงงานประมง ศูนย์ PIPO พบผิดลดลง

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เผยผลตรวจคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล พบนายจ้างปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพรบ.คุ้มครองแรงงานลดลงต่อเนื่อง คาดมาจากการรับรู้กฎหมายที่เพิ่มขึ้นและการเคร่งครัดในการดำเนินการตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงผลการตรวจคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล ในปีงบประมาณ 2563 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 – 31 มีนาคม 2563) ว่า กสร. ได้จัดส่งพนักงานตรวจแรงงานร่วมเป็นชุดตรวจสหวิชาชีพในการตรวจแรงงานภาคประมงร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยกสร.มีหน้าที่ตรวจสอบสภาพการจ้างและสภาพการทำงานบนเรือประมงให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการตรวจพบการกระทำผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน โดยในปี 2563 ตรวจแรงงาน ในทะเล 245 ครั้ง พบปฏิบัติไม่ถูกต้อง 2 ครั้ง ขณะที่ปี 2562 ตรวจแรงงานในทะเล 529 ครั้ง พบปฏิบัติไม่ถูกต้อง 14 ครั้ง และปี 2561 ตรวจแรงงานในทะเล 480 ครั้ง พบการปฏิบัติไม่ถูกต้อง 33 ครั้ง สำหรับการตรวจคุ้มครองแรงงาน […]

กสร. ห่วงลูกจ้างต่างด้าว ประมงเสี่ยงโควิด

กสร. ห่วงลูกจ้างต่างด้าว ประมงเสี่ยงโควิด

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ห่วงลูกจ้างต่างด้าว แรงงานประมงเสี่ยงโควิด-19 ส่งเจ้าหน้าที่ทำความเข้าใจนายจ้างให้จัดมาตรการป้องกันตามที่รัฐกำหนด และกำกับดูแลลูกจ้างปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ในปัจจุบันยังพบว่ามีสถานประกอบกิจการบางแห่งยังขาดการจัดมาตรการและการกำกับดูแลที่รัดกุมและทั่วถึง โดยเฉพาะในสถานประกอบกิจการที่มีการใช้แรงงานต่างด้าว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากอุปสรรคทางด้านภาษาทำให้แรงงานกลุ่มนี้ไม่เข้าใจมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐได้เท่าที่ควร ดังนั้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ในกลุ่มของสถานประกอบกิจการที่มีการใช้แรงงานต่างด้าว กสร. ได้ให้พนักงานตรวจแรงงานเข้าไปทำความเข้าใจกับนายจ้างในการจัดมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 แก่แรงงานต่างด้าว โดยให้นายจ้างจัดทำเอกสารเผยแพร่เป็นภาษาของแรงงานต่างด้าว เพื่อให้สามารถสื่อสารเข้าใจง่าย รวมไปถึงจัดมาตรการและกำกับดูแลให้แรงงานต่างด้าวที่พักอาศัยในที่พักที่นายจ้างจัดให้ตามที่กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานภาครัฐกำหนด เช่น เว้นระยะทางกายภาพ (Physical Distancing) งดเว้นการชุมนุมสังสรรค์ และไม่ออกจากพื้นที่ในเวลาที่กฎหมายกำหนด อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับนายจ้างในกิจการประมงทะเลซึ่งมีสภาพการทำงานที่แตกต่าง และมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ ขอให้นำมาตรการของทางภาครัฐไปปรับใช้ให้เหมาะสม เช่น การให้ความรู้แก่ ผู้ควบคุมเรือ ลูกจ้างในการป้องกันดูแลตนเองและสถานที่ปฏิบัติงาน การตรวจคัดกรองลูกจ้างก่อนปฏิบัติงาน เป็นต้น ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครทุกพื้นที่ […]

กสร. ลงพื้นที่ติดตามเลิกจ้างลูกจ้างมิตซูบิชิ อิเล็คทริค

กสร. ลงพื้นที่ติดตามเลิกจ้างลูกจ้างมิตซูบิชิ อิเล็คทริค

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เลิกจ้างลูกจ้างมิตซูบิชิ อิเล็คทริคฯ ชลบุรี เผยลูกจ้างได้รับค่าชดเชย ค่าบอกกล่าวล่วงหน้ากว่า 41 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว ด้านนายจ้างเตรียมจ่ายค่าจ้าง 20 เม.ย.63 นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงกรณีบริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คอนซูเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเลิกจ้างลูกจ้าง จำนวน 1,000 คน ว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า บริษัทดังกล่าวมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ประกอบกิจการผลิตเครื่องปรับอากาศสำเร็จรูปและผลิตชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ มีลูกจ้างโดยตรง 2,500 คน และมีลูกจ้างรับเหมาค่าแรงอีก 2,600 คน ซึ่งการเลิกจ้างครั้งนี้เป็นการเลิกจ้างลูกจ้างรับเหมาค่าแรงจากบริษัทรับเหมาค่าแรง 7 บริษัท จำนวนลูกจ้าง รวม 1,119 คน และให้มีผลทันทีโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2563 ทั้งนี้ บริษัทแจ้งว่าได้กำหนดจ่ายค่าชดเชยและค่าบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงินรวมทั้งสิ้นกว่า 41 ล้านบาท โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของลูกจ้าง ทุกรายที่ถูกเลิกจ้าง ซึ่งขณะนี้ลูกจ้างได้รับเงินดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และจะจ่ายค่าจ้างในวันที่ […]

กสร.ขอความร่วมมือนายจ้างกำชับลูกจ้างปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด 19

กสร.ขอความร่วมมือนายจ้างกำชับลูกจ้างปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด 19

​ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ขอความร่วมมือสถานประกอบกิจการกำกับดูแลลูกจ้างปฏิบัติตามมาตรการภาครัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ตามที่ กสร.ได้ออกแนวทางในการขอความร่วมมือนายจ้าง ลูกจ้างเกี่ยวกับมาตรการเฝ้าระวัง การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 เช่น การให้ความรู้แก่ลูกจ้าง ทำความสะอาดสถานที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ การตรวจคัดกรองลูกจ้างก่อนเข้าทำงาน เป็นต้น เพื่อให้การดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงานติดตามการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว รวมไปถึงการดำเนินการตามมาตรการของหน่วยงานภาครัฐ เช่น มาตรการเว้นระยะห่างระยะห่างทางกายภาพ (Physical distancing) การสวมหน้ากากอนามัยระหว่างเดินทางไปกลับจากที่ทำงานและบ้านพัก การสลับเวลาในการรับประทานอาหารของพนักงานเพื่อลดความแออัด เป็นต้น รวมทั้งขอความร่วมมือนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการให้กำกับดูแลลูกจ้างที่มาปฏิบัติงาน และลูกจ้างที่นายจ้างกำหนดให้ทำงานที่บ้าน (Work from home) ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวด้วย อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ลูกจ้างที่มาปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการและที่ทำงานจากที่บ้านร่วมมือกันในการปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ที่สถานประกอบกิจการและหน่วยงานภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อร่วมกันป้องกันและการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวสิทธิหน้าที่สามารถสอบถามได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครทุกพื้นที่ หรือโทรศัพท์สายด่วน 1506 กด […]

กสร. รับมอบหน้ากากอนามัย แจกจ่ายจนท.-ผู้ติดต่อราชการ

กสร. รับมอบหน้ากากอนามัย แจกจ่ายจนท.-ผู้ติดต่อราชการ

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน รับมอบหน้ากากอนามัยจากบริษัทเอกชน เพื่อส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและผู้มาติดต่อราชการ ร่วมป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) พร้อมด้วยผู้บริหารกรม เป็นผู้แทนรับมอบหน้ากากอนามัย จำนวน 2,500 ชิ้น จากบริษัท ไพพรรณรัตน์ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ไพพรรณรัตน์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด โดยอธิบดีกสร. ได้เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่มีหน้าที่ดูแลนายจ้าง ลูกจ้าง โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งกสร. ยังคงปฏิบัติหน้าที่และให้บริการตามปกติและอาจมีประชาชนเข้ามาติดต่อราชการจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 กสร. จะส่งมอบหน้ากากอนามัยให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานใกล้ชิดประชาชน เช่น เจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรอง เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน พนักงานตรวจแรงงาน รปภ. เป็นต้น รวมไปถึงแรงงานและประชาชนผู้มาติดต่อราชการที่ไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยมาด้วย อธิบดีกสร. กล่าวต่อว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาโรคระบาดอย่างจริงจังซึ่งเห็นได้จากมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม ขอฝากให้ นายจ้าง […]

กสร. รับมือโควิด-19 เปิดช่องออนไลน์ให้นายจ้างแจ้งใช้ม.75

กสร. รับมือโควิด-19 เปิดช่องออนไลน์ให้นายจ้างแจ้งใช้ม.75

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ปรับระบบรองรับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 อำนวยความสะดวกนายจ้าง แจ้งใช้มาตรา 75 ผ่านช่องทางออนไลน์ นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ขยายเป็นวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานประกอบกิจการบางแห่งทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติเป็นเหตุให้ต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนชั่วคราวและจำเป็นต้องใช้มาตรา 75 ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อประคับประคองกิจการให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งการใช้มาตรา 75 นายจ้างจะต้องแจ้งต่อพนักงานตรวจแรงงานในพื้นที่และลูกจ้างเป็นหนังสือก่อนหยุดกิจการไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่นายจ้างในการแจ้งต่อพนักงานตรวจแรงงาน รวมทั้งลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรคในที่สาธารณะ กสร. จึงได้เปิดให้บริการแจ้งการใช้มาตรา 75 ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยสามารถดำเนินการได้ที่หน้าเว็บไซต์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน www.labour.go.th อธิบดีกสร. กล่าวต่อว่า สำหรับนายจ้าง ลูกจ้างที่มีข้อสงสัย หรือต้องการขอรับคำปรึกษานอกจากหมายเลขโทรศัพท์ สายด่วน 1506 กด 3 แล้ว ยังสามารถใช้บริการได้ที่ เว็บไซต์กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน www.labour.go.th, E-mail (info@labour.mail.go.th), Facebook กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (https://www.facebook.com/theDLPW/)

อธิบดีกสร. ย้ำ นายจ้างใช้มาตรา 75 ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่/ลูกจ้างก่อน

อธิบดีกสร. ย้ำ นายจ้างใช้มาตรา 75 ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่/ลูกจ้างก่อน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ห่วงลูกจ้าง นายจ้างได้รับผลกระทบโควิด-19 ย้ำ ใช้มาตรา 75 ช่วงหยุดกิจการชั่วคราวต้องแจ้งลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ก่อน 3 วัน พร้อมเตือนนายจ้างลดค่าจ้าง ลดวันทำงานต้องให้ลูกจ้างยินยอมด้วย นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวถึงการดูแลลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ว่า หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยนายจ้าง ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งสถานประกอบกิจการบางแห่งได้รับผลกระทบจนทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติเป็นเหตุให้ต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนชั่วคราว โดยมีการใช้มาตรา 75 ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 จึงได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานให้คำแนะนำแก่สถานประกอบกิจการในการดำเนินการตามมาตรา 75 รวมทั้งกำกับดูแลให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ สถานประกอบกิจการที่ใช้มาตรา 75 จะต้องแจ้งพนักงานตรวจแรงงานในพื้นที่และลูกจ้างทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือก่อนเริ่มวันหยุดกิจการไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน นายอภิญญา กล่าวต่อว่า สำหรับสถานประกอบกิจการที่ให้ลูกจ้างมาทำงานจะต้องจ่ายค่าจ้างตามปกติ และหากนายจ้างตกลงกับลูกจ้างในการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง เช่น ลดวันทำงาน ลดค่าจ้าง ก็สามารถทำได้แต่จะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างด้วย อย่างไรก็ดีสำหรับการจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างต้องไม่จ่ายต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ ทั้งนี้ กสร. ขอให้นายจ้าง ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบปรึกษาหารือร่วมกัน และพูดคุยกันด้วยหลักสุจริตใจเพื่อร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด […]

1 2 3 12